จานทรายซ้อนหลังอ่อน Flexible Flap Disc
เจียรรอยเชื่อมให้เนียนกริ๊บ! รอยปูด รอยหลุม หายเกลี้ยงใน 3 ขั้นตอนง่ายๆ มือใหม่ก็ทำได้ (2025)
ทำไมเชื่อมเหล็กแล้วเป็นก้อน? ปัญหาที่มือใหม่ต้องเจอ!
สำหรับช่างเชื่อมมือใหม่ ปัญหาที่มักพบเจอบ่อยที่สุดคือ “เชื่อมแล้วเป็นก้อน” หรือรอยเชื่อมที่ดูไม่สวยงาม บางครั้งเชื่อมแล้วเห็นเป็นรอยนูนยกตัวสูง หรือเกิดเป็นรูพรุน หลุม บ่อ จนชิ้นงานดูขรุขระไม่น่าพอใจ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความเรียบร้อยของผลงานเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อ “ความแข็งแรง” ของชิ้นงานในระยะยาวอีกด้วยครับ
ปัญหารอยเชื่อมแบบต่างๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง
- รอยเชื่อมนูนเกินไป (Excessive Weld Reinforcement)
เกิดจากกระแสไฟฟ้าสูงเกินไป ความเร็วในการเชื่อมช้าจนลวดเชื่อมไหลสะสมมาก หรือวางมุมลวดไม่เหมาะสม ผลที่ได้คือแนวเชื่อมยกตัวสูงเกินมาตรฐาน สิ้นเปลืองลวดเชื่อม แถมยังทำให้ผิวงานดูไม่เรียบ
- รูพรุนในรอยเชื่อม (Porosity)
เมื่อมีฟองก๊าซติดในแนวเชื่อม จะเกิดช่องว่างเล็กๆ ส่งผลต่อความแข็งแรง จุดนี้พบบ่อยในงานเชื่อมที่ใช้ก๊าซ เช่น TIG หรือ MIG หากผิวงานมีน้ำมัน คราบสนิม หรือชื้น ก็อาจเป็นต้นเหตุได้
- รอยเชื่อมทับซ้อน (Overlap)
เกิดจากโลหะเชื่อมไหลออกนอกแนวเชื่อม แต่ไม่หลอมรวมกับผิวชิ้นงาน ทำให้ขาดการยึดเกาะ มักเกิดจากกระแสไฟเชื่อมต่ำ ความเร็วเชื่อมช้าหรือเทคนิคเชื่อมผิดพลาด

วิธีเจียรรอยเชื่อม เมื่องานเชื่อมปูด ไม่สวย
1. เจียรแต่งแนวเชื่อมปูด
- ใช้เครื่องเจียร (ลูกหมู) ขนาด 4 นิ้ว คู่กับใบเจียร4นิ้วบางสีแดง เจียรลบแนวเชื่อมที่นูนออกมา
- ตามด้วยจานทรายซ้อนหลังอ่อนขนาดจัมโบ้ 4.5นิ้ว เบอร์#80 ขัดลบรอยเจียรของใบเจียร
- จากนั้นใช้จานทรายซ้อนหลังอ่อนขนาดจัมโบ้ 4.5นิ้ว เบอร์#320 เจียรเพื่อให้รอยเจียรที่หยาบมีความละเอียดขึ้น ชิ้นงานไม่เป็นเส้น เตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนขัดเงา

2. ปรับเทคนิคการเชื่อม
- เลือกขนาดลวดเชื่อมให้เหมาะกับความหนาของชิ้นงาน
- ปรับกระแสไฟฟ้าให้พอดี ไม่อ่อนหรือแรงเกินไป
- วางมุมลวดเชื่อมให้ถูกต้อง ประมาณ 10–15 องศาเพื่อให้แนวเชื่อมไหลสม่ำเสมอ
- ฝึกสร้าง “บ่อหลอมละลาย” ให้ดี ลวดเชื่อมจะเรียงซ้อนเป็นเกล็ดแนบแน่นกับผิวเหล็ก
3. แก้ไขแนวเชื่อมที่เป็นรอยหลุมบ่อ
- หากเชื่อมแล้วเกิดเป็นหลุมหรือรู ให้เอาเศษลวดเชื่อม (ขูดธูปเชื่อมออก) วางเป็น “เหยื่อ” ปิดปากหลุม
- แล้วใช้ไฟเชื่อมจี้เบาๆ เพื่อเติมแนวเชื่อมให้เต็ม อย่ารีบ อย่าร้อนใจ ค่อยๆ เติมให้แน่นครับ
ฝึกบ่อยๆ อย่าเพิ่งรีบทำงานจริง
อย่าเพิ่งเอาไปใช้กับงานจริง ถ้าคุณยังไม่มั่นใจในฝีมือ ควรเริ่มฝึกกับเศษเหล็ก โดยตัดมาต่อกันแบบขอบชนขอบ ปลายชนปลาย หรือชนข้างในมุมต่างๆ 90° และ 180° เพื่อให้รู้จักการวางตำแหน่ง วางลวดเชื่อม และมุมการเดินแนวที่เหมาะสม
การเชื่อมเหล็กคืออะไร?
การเชื่อมเหล็ก (Welding) คือกระบวนการหลอมโลหะสองชิ้นให้ติดกันด้วยความร้อน โดยอาจใช้ร่วมกับแรงกด ลวดเชื่อม หรือแก๊สปกป้องแนวเชื่อม เพื่อให้เกิดการหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อเย็นตัวลงจะได้รอยเชื่อมที่แข็งแรงและใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์
เทคนิคการเชื่อมเหล็กที่นิยมในงานช่าง
1. การเชื่อมไฟฟ้า (Arc Welding)
เป็นการใช้ความร้อนจากประกายไฟฟ้าเพื่อหลอมโลหะ โดยแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ:
- เชื่อมแบบธูป (SMAW): ใช้ลวดเชื่อมเคลือบฟลักซ์ เมื่อลวดละลายจะเกิดควันและตะกรันปกป้องแนวเชื่อม เหมาะกับงานก่อสร้างและงานภาคสนามทั่วไป
- เชื่อม MIG (GMAW): ใช้ลวดเชื่อมต่อเนื่องร่วมกับแก๊สเฉื่อย เช่น อาร์กอน ปกป้องแนวเชื่อม เหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความรวดเร็ว
- เชื่อม TIG (GTAW): ใช้ลวดทังสเตนที่ไม่ละลาย ร่วมกับแก๊สเฉื่อย ให้แนวเชื่อมที่เรียบ สะอาด เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียด เช่น สแตนเลส อะลูมิเนียม
- เชื่อมฟลักซ์คอร์ (FCAW): ใช้ลวดเชื่อมที่บรรจุผงฟลักซ์ในตัว โดยไม่ต้องพึ่งแก๊สภายนอก เหมาะกับงานกลางแจ้งที่มีลมแรง
2. การเชื่อมแก๊ส (Gas Welding)
ใช้เปลวไฟจากการเผาไหม้ของก๊าซเชื้อเพลิงกับออกซิเจน เช่น อะเซทิลีน ให้ความร้อนสูงจนหลอมเหล็กได้ เหมาะกับงานเชื่อมโลหะบาง ซ่อมชิ้นงานเล็ก หรืองานศิลป์
3. การเชื่อมต้านทานไฟฟ้า (Resistance Welding)
ใช้กระแสไฟฟ้าผ่านชิ้นงานที่ถูกกดเข้าหากันจนเกิดความร้อนจากแรงต้านทาน เหมาะกับงานเชื่อมแบบแมส เช่น การผลิตตัวถังรถยนต์หรือชิ้นส่วนจำนวนมาก
วิธีเลือกเทคนิคการเชื่อมให้เหมาะกับงาน
เลือกตามความหนาของเหล็ก
- เหล็กบาง (<3 มม.): ใช้การเชื่อม TIG หรือ MIG เพื่อควบคุมความร้อนได้แม่นยำ ลดความเสี่ยงทะลุหรือบิดเบี้ยว
- เหล็กหนา (>3 มม.): ควรใช้เชื่อมแบบธูปหรือฟลักซ์คอร์ เพื่อให้ได้แนวเชื่อมลึกและแข็งแรง
เลือกตามสภาพแวดล้อมการทำงาน
- งานกลางแจ้ง: หลีกเลี่ยงวิธีที่ใช้แก๊ส เพราะลมอาจพัดแก๊สออก แนะนำให้ใช้การเชื่อมธูปหรือฟลักซ์คอร์
- งานในร่ม: ใช้ได้ทุกเทคนิค โดยเฉพาะ MIG และ TIG ที่ให้แนวเชื่อมสวยและสะอาด
เลือกตามเครื่องมือและงบประมาณ
- เครื่องมือพื้นฐาน งบน้อย: ใช้เชื่อมธูปหรือแก๊ส เพราะอุปกรณ์ไม่ซับซ้อนและพกพาสะดวก
- เครื่องมือครบ ต้องการคุณภาพสูง: ใช้เชื่อม TIG หรือ MIG ให้รอยเชื่อมเนียนและแม่นยำ
เลือกตามวัตถุประสงค์ของงาน
- งานโชว์แนวเชื่อม/เน้นความเรียบร้อย: ใช้ TIG หรือ MIG เพื่อให้รอยเชื่อมสะอาด ไม่ต้องตกแต่งเพิ่ม
- งานรับแรงสูง/ทนทาน: ใช้เชื่อมธูปหรือฟลักซ์คอร์ ที่แนวเชื่อมแข็งแรง รองรับแรงกระแทกและน้ำหนักได้ดี
สรุป: เชื่อมให้สวยต้องมีพื้นฐานที่ดี
แม้งานเชื่อมจะดูง่าย แต่ต้องอาศัยทั้งเทคนิค เครื่องมือที่เหมาะสม และ “การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ” มือใหม่อาจเริ่มจากดูคลิปสอนเชื่อมใน YouTube แล้วทดลองฝึกวันละ 30–40 นาทีทุกวัน
อย่าลืมว่า การเชื่อมที่ดี ไม่ใช่แค่แนวสวย แต่ต้องแข็งแรง ปลอดภัย และพร้อมใช้งานจริงได้ด้วยครับ
เกิดจากกระแสไฟฟ้าสูงเกินไป ความเร็วในการเชื่อมช้าจนลวดเชื่อมไหลสะสมมาก หรือวางมุมลวดไม่เหมาะสม ผลที่ได้คือแนวเชื่อมยกตัวสูงเกินมาตรฐาน สิ้นเปลืองลวดเชื่อม แถมยังทำให้ผิวงานดูไม่เรียบ
เมื่อมีฟองก๊าซติดในแนวเชื่อม จะเกิดช่องว่างเล็กๆ ส่งผลต่อความแข็งแรง จุดนี้พบบ่อยในงานเชื่อมที่ใช้ก๊าซ เช่น TIG หรือ MIG หากผิวงานมีน้ำมัน คราบสนิม หรือชื้น ก็อาจเป็นต้นเหตุได้
เกิดจากโลหะเชื่อมไหลออกนอกแนวเชื่อม แต่ไม่หลอมรวมกับผิวชิ้นงาน ทำให้ขาดการยึดเกาะ มักเกิดจากกระแสไฟเชื่อมต่ำ ความเร็วเชื่อมช้าหรือเทคนิคเชื่อมผิดพลาด


2. ปรับเทคนิคการเชื่อม
งานเจียร ตัด ขัด ครบจบที่เรา! การันตียอดขายกว่า 10,000 ร้าน
ใช้เองก็คุ้ม ขายต่อก็ได้ ราคาส่งสุดคุ้ม 💸
- ⚠️ สต๊อกเหลือน้อยมาก! หากหมดแล้วต้องรอผลิตใหม่ 45–60 วัน
- ⏰ รอบจัดส่ง ตัดรอบทุกเย็น เวลา 17:00 น.
- 🚚 ส่งไวทั่วไทย เคอรี่ • ขนส่งเอกชน • J&T
- 🔥 ลูกค้าสั่งเยอะ สินค้าใกล้หมดจริง!
- ⚠️ ราคาพิเศษ มีถึงวันนี้เท่านั้น
- 👉 ทัก LINE: @grade-a หรือกดปุ่มด้านล่างได้เลยค่ะ 😊
โปรด่วน! ก่อนราคากลับปกติ
รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

























พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ตลอดอายุการใช้งาน!


จานทรายซ้อนหลังอ่อน Flexible Flap Disc
เจียรรอยเชื่อมให้เนียนกริ๊บ! รอยปูด รอยหลุม หายเกลี้ยงใน 3 ขั้นตอนง่ายๆ มือใหม่ก็ทำได้ (2025)
ทำไมเชื่อมเหล็กแล้วเป็นก้อน? ปัญหาที่มือใหม่ต้องเจอ!
สำหรับช่างเชื่อมมือใหม่ ปัญหาที่มักพบเจอบ่อยที่สุดคือ “เชื่อมแล้วเป็นก้อน” หรือรอยเชื่อมที่ดูไม่สวยงาม บางครั้งเชื่อมแล้วเห็นเป็นรอยนูนยกตัวสูง หรือเกิดเป็นรูพรุน หลุม บ่อ จนชิ้นงานดูขรุขระไม่น่าพอใจ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความเรียบร้อยของผลงานเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อ “ความแข็งแรง” ของชิ้นงานในระยะยาวอีกด้วยครับ
ปัญหารอยเชื่อมแบบต่างๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง
- รอยเชื่อมนูนเกินไป (Excessive Weld Reinforcement)
เกิดจากกระแสไฟฟ้าสูงเกินไป ความเร็วในการเชื่อมช้าจนลวดเชื่อมไหลสะสมมาก หรือวางมุมลวดไม่เหมาะสม ผลที่ได้คือแนวเชื่อมยกตัวสูงเกินมาตรฐาน สิ้นเปลืองลวดเชื่อม แถมยังทำให้ผิวงานดูไม่เรียบ
- รูพรุนในรอยเชื่อม (Porosity)
เมื่อมีฟองก๊าซติดในแนวเชื่อม จะเกิดช่องว่างเล็กๆ ส่งผลต่อความแข็งแรง จุดนี้พบบ่อยในงานเชื่อมที่ใช้ก๊าซ เช่น TIG หรือ MIG หากผิวงานมีน้ำมัน คราบสนิม หรือชื้น ก็อาจเป็นต้นเหตุได้
- รอยเชื่อมทับซ้อน (Overlap)
เกิดจากโลหะเชื่อมไหลออกนอกแนวเชื่อม แต่ไม่หลอมรวมกับผิวชิ้นงาน ทำให้ขาดการยึดเกาะ มักเกิดจากกระแสไฟเชื่อมต่ำ ความเร็วเชื่อมช้าหรือเทคนิคเชื่อมผิดพลาด

วิธีเจียรรอยเชื่อม เมื่องานเชื่อมปูด ไม่สวย
1. เจียรแต่งแนวเชื่อมปูด
- ใช้เครื่องเจียร (ลูกหมู) ขนาด 4 นิ้ว คู่กับใบเจียร4นิ้วบางสีแดง เจียรลบแนวเชื่อมที่นูนออกมา
- ตามด้วยจานทรายซ้อนหลังอ่อนขนาดจัมโบ้ 4.5นิ้ว เบอร์#80 ขัดลบรอยเจียรของใบเจียร
- จากนั้นใช้จานทรายซ้อนหลังอ่อนขนาดจัมโบ้ 4.5นิ้ว เบอร์#320 เจียรเพื่อให้รอยเจียรที่หยาบมีความละเอียดขึ้น ชิ้นงานไม่เป็นเส้น เตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนขัดเงา

2. ปรับเทคนิคการเชื่อม
- เลือกขนาดลวดเชื่อมให้เหมาะกับความหนาของชิ้นงาน
- ปรับกระแสไฟฟ้าให้พอดี ไม่อ่อนหรือแรงเกินไป
- วางมุมลวดเชื่อมให้ถูกต้อง ประมาณ 10–15 องศาเพื่อให้แนวเชื่อมไหลสม่ำเสมอ
- ฝึกสร้าง “บ่อหลอมละลาย” ให้ดี ลวดเชื่อมจะเรียงซ้อนเป็นเกล็ดแนบแน่นกับผิวเหล็ก
3. แก้ไขแนวเชื่อมที่เป็นรอยหลุมบ่อ
- หากเชื่อมแล้วเกิดเป็นหลุมหรือรู ให้เอาเศษลวดเชื่อม (ขูดธูปเชื่อมออก) วางเป็น “เหยื่อ” ปิดปากหลุม
- แล้วใช้ไฟเชื่อมจี้เบาๆ เพื่อเติมแนวเชื่อมให้เต็ม อย่ารีบ อย่าร้อนใจ ค่อยๆ เติมให้แน่นครับ
ฝึกบ่อยๆ อย่าเพิ่งรีบทำงานจริง
อย่าเพิ่งเอาไปใช้กับงานจริง ถ้าคุณยังไม่มั่นใจในฝีมือ ควรเริ่มฝึกกับเศษเหล็ก โดยตัดมาต่อกันแบบขอบชนขอบ ปลายชนปลาย หรือชนข้างในมุมต่างๆ 90° และ 180° เพื่อให้รู้จักการวางตำแหน่ง วางลวดเชื่อม และมุมการเดินแนวที่เหมาะสม
การเชื่อมเหล็กคืออะไร?
การเชื่อมเหล็ก (Welding) คือกระบวนการหลอมโลหะสองชิ้นให้ติดกันด้วยความร้อน โดยอาจใช้ร่วมกับแรงกด ลวดเชื่อม หรือแก๊สปกป้องแนวเชื่อม เพื่อให้เกิดการหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อเย็นตัวลงจะได้รอยเชื่อมที่แข็งแรงและใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์
เทคนิคการเชื่อมเหล็กที่นิยมในงานช่าง
1. การเชื่อมไฟฟ้า (Arc Welding)
เป็นการใช้ความร้อนจากประกายไฟฟ้าเพื่อหลอมโลหะ โดยแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ:
- เชื่อมแบบธูป (SMAW): ใช้ลวดเชื่อมเคลือบฟลักซ์ เมื่อลวดละลายจะเกิดควันและตะกรันปกป้องแนวเชื่อม เหมาะกับงานก่อสร้างและงานภาคสนามทั่วไป
- เชื่อม MIG (GMAW): ใช้ลวดเชื่อมต่อเนื่องร่วมกับแก๊สเฉื่อย เช่น อาร์กอน ปกป้องแนวเชื่อม เหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความรวดเร็ว
- เชื่อม TIG (GTAW): ใช้ลวดทังสเตนที่ไม่ละลาย ร่วมกับแก๊สเฉื่อย ให้แนวเชื่อมที่เรียบ สะอาด เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียด เช่น สแตนเลส อะลูมิเนียม
- เชื่อมฟลักซ์คอร์ (FCAW): ใช้ลวดเชื่อมที่บรรจุผงฟลักซ์ในตัว โดยไม่ต้องพึ่งแก๊สภายนอก เหมาะกับงานกลางแจ้งที่มีลมแรง
2. การเชื่อมแก๊ส (Gas Welding)
ใช้เปลวไฟจากการเผาไหม้ของก๊าซเชื้อเพลิงกับออกซิเจน เช่น อะเซทิลีน ให้ความร้อนสูงจนหลอมเหล็กได้ เหมาะกับงานเชื่อมโลหะบาง ซ่อมชิ้นงานเล็ก หรืองานศิลป์
3. การเชื่อมต้านทานไฟฟ้า (Resistance Welding)
ใช้กระแสไฟฟ้าผ่านชิ้นงานที่ถูกกดเข้าหากันจนเกิดความร้อนจากแรงต้านทาน เหมาะกับงานเชื่อมแบบแมส เช่น การผลิตตัวถังรถยนต์หรือชิ้นส่วนจำนวนมาก
วิธีเลือกเทคนิคการเชื่อมให้เหมาะกับงาน
เลือกตามความหนาของเหล็ก
- เหล็กบาง (<3 มม.): ใช้การเชื่อม TIG หรือ MIG เพื่อควบคุมความร้อนได้แม่นยำ ลดความเสี่ยงทะลุหรือบิดเบี้ยว
- เหล็กหนา (>3 มม.): ควรใช้เชื่อมแบบธูปหรือฟลักซ์คอร์ เพื่อให้ได้แนวเชื่อมลึกและแข็งแรง
เลือกตามสภาพแวดล้อมการทำงาน
- งานกลางแจ้ง: หลีกเลี่ยงวิธีที่ใช้แก๊ส เพราะลมอาจพัดแก๊สออก แนะนำให้ใช้การเชื่อมธูปหรือฟลักซ์คอร์
- งานในร่ม: ใช้ได้ทุกเทคนิค โดยเฉพาะ MIG และ TIG ที่ให้แนวเชื่อมสวยและสะอาด
เลือกตามเครื่องมือและงบประมาณ
- เครื่องมือพื้นฐาน งบน้อย: ใช้เชื่อมธูปหรือแก๊ส เพราะอุปกรณ์ไม่ซับซ้อนและพกพาสะดวก
- เครื่องมือครบ ต้องการคุณภาพสูง: ใช้เชื่อม TIG หรือ MIG ให้รอยเชื่อมเนียนและแม่นยำ
เลือกตามวัตถุประสงค์ของงาน
- งานโชว์แนวเชื่อม/เน้นความเรียบร้อย: ใช้ TIG หรือ MIG เพื่อให้รอยเชื่อมสะอาด ไม่ต้องตกแต่งเพิ่ม
- งานรับแรงสูง/ทนทาน: ใช้เชื่อมธูปหรือฟลักซ์คอร์ ที่แนวเชื่อมแข็งแรง รองรับแรงกระแทกและน้ำหนักได้ดี
สรุป: เชื่อมให้สวยต้องมีพื้นฐานที่ดี
แม้งานเชื่อมจะดูง่าย แต่ต้องอาศัยทั้งเทคนิค เครื่องมือที่เหมาะสม และ “การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ” มือใหม่อาจเริ่มจากดูคลิปสอนเชื่อมใน YouTube แล้วทดลองฝึกวันละ 30–40 นาทีทุกวัน
อย่าลืมว่า การเชื่อมที่ดี ไม่ใช่แค่แนวสวย แต่ต้องแข็งแรง ปลอดภัย และพร้อมใช้งานจริงได้ด้วยครับ
เกิดจากกระแสไฟฟ้าสูงเกินไป ความเร็วในการเชื่อมช้าจนลวดเชื่อมไหลสะสมมาก หรือวางมุมลวดไม่เหมาะสม ผลที่ได้คือแนวเชื่อมยกตัวสูงเกินมาตรฐาน สิ้นเปลืองลวดเชื่อม แถมยังทำให้ผิวงานดูไม่เรียบ
เมื่อมีฟองก๊าซติดในแนวเชื่อม จะเกิดช่องว่างเล็กๆ ส่งผลต่อความแข็งแรง จุดนี้พบบ่อยในงานเชื่อมที่ใช้ก๊าซ เช่น TIG หรือ MIG หากผิวงานมีน้ำมัน คราบสนิม หรือชื้น ก็อาจเป็นต้นเหตุได้
เกิดจากโลหะเชื่อมไหลออกนอกแนวเชื่อม แต่ไม่หลอมรวมกับผิวชิ้นงาน ทำให้ขาดการยึดเกาะ มักเกิดจากกระแสไฟเชื่อมต่ำ ความเร็วเชื่อมช้าหรือเทคนิคเชื่อมผิดพลาด


2. ปรับเทคนิคการเชื่อม
รีวิวจากลูกค้า






























คำถามที่พบบ่อย
มีหน้าร้านไหม
บริการส่งผ่าน Grab/LINE/Lalamove
ชำระเงินได้ช่องทางไหน
เวลาทำการของบริษัท
จัดส่งกี่วันถึง จะส่งเมื่อไหร่ ได้ของวันไหน
จัดส่งทางไหน ทางขนส่งเอกชน ไปรษณีย์ หรือจัดส่งเอง

มีสินค้าจำหน่ายในราคาส่ง
สินค้าสั่งผลิต - พรีออเดอร์ จะต้องชำระเงินก่อน 50% ของยอดสั่งซื้อ และชำระ 50% ก่อนจัดส่ง



