หมวกฮู้ดป้องกันความร้อนและสะเก็ดไฟ Welding Hood Leather
วิธีเชื่อมปิดรู สำหรับงานเชื่อมไฟฟ้า อุดรอยทะลุเหล็กบางให้เนียน! ทำเองได้ง่ายๆ (2025)
สำหรับผู้ที่เริ่มต้นหัดเชื่อมไฟฟ้า มักเจอปัญหายอดฮิตอย่าง รอยเชื่อมไม่เต็มแนว รอยเชื่อมพรุน หรือเชื่อมแล้วมีรูโหว่ ซึ่งนอกจากจะทำให้งานออกมาไม่สวย ยังอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของชิ้นงานได้ด้วย แต่ไม่ต้องกังวล เพราะช่างมือโปรก็เจอปัญหาแบบนี้มาแล้วทั้งนั้น เพียงแค่รู้เทคนิค การเชื่อมปิดรู ก็สามารถแก้งานให้ออกมาแนบเนียนและแข็งแรงได้

วิธีเชื่อมปิดรู แก้ปัญหารอยเชื่อมไม่เต็มและรอยพรุน
1.เคาะฟลักซ์ออกจากลวดเชื่อม
ลวดเชื่อมที่เราใช้งานจะเคลือบด้วยฟลักซ์ (Flux) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยป้องกันอากาศสัมผัสกับแนวเชื่อม แต่ถ้าต้องการเชื่อมปิดรู ควรเคาะเอาฟลักซ์ออกก่อน เหลือเพียงแกนลวดเชื่อมที่เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนเพื่อนำมาใช้โดยตรง

2.เชื่อมแตะตามแนวให้สม่ำเสมอ
เมื่อเริ่มเชื่อม ให้วางแนวลวดเชื่อมอย่างสม่ำเสมอ ไม่เร่งรีบ ค่อยๆ แตะเชื่อมทีละจุดเพื่อให้เนื้อเชื่อมค่อยๆ เติมเต็มเข้าไปในร่องหรือรูที่เกิดขึ้น
3.เคาะขี้สแลคออกจากแนวเชื่อม
หลังเชื่อมเสร็จจะมีขี้สแลค (Slag) เกิดขึ้นเคลือบผิวรอยเชื่อม ควรใช้ค้อนเชื่อมเคาะออก หรือใช้แปรงลวดช่วยถูเพื่อให้เห็นแนวเชื่อมชัดเจนและเตรียมพร้อมสำหรับการเชื่อมซ้ำ

4.เชื่อมเก็บแนวอีกรอบ
เมื่อทำความสะอาดแนวเชื่อมแล้ว ให้ทำการเชื่อมเก็บซ้ำอีกครั้งเพื่อเติมเต็มรอยที่พร่องอยู่ และอย่าลืมเคาะขี้สแลคออกตามเดิมเพื่อให้แนวเชื่อมสะอาดเรียบร้อย
5.เจียรตกแต่งรอยเชื่อม
ขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้ ใบเจียรบาง เจียรแต่งแนวเชื่อมให้เรียบเสมอผิวงาน เพื่อให้งานออกมาสวยงามและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น
เทคนิคเชื่อมเหล็กสำหรับมือใหม่ เคล็ดลับจากช่างมืออาชีพ ทำให้รอยเชื่อมแน่น แข็งแรง ไม่สะเปะสะปะ
หลายคนที่เริ่มหัดเชื่อมเหล็ก มักเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน เช่น เชื่อมแล้วเคาะขี้แสล็กออก แต่รอยเชื่อมไม่ต่อกัน หรือเห็นน้ำเหล็กไหลเชื่อมติดกัน แต่พอเสร็จงานจริง ๆ กลับกลายเป็นว่าชิ้นงานไม่ประสานแน่น อย่างในกรณีนี้ ช่างเชื่อมมืออาชีพได้แนะนำเทคนิคที่มือใหม่ควรรู้และฝึกฝนเพื่อให้งานออกมาสวย แข็งแรง และใช้งานได้จริง
1. เข้าใจหลักการเชื่อมที่ถูกต้อง
การเชื่อมที่ดีคือเหล็กต้องหลอมรวมเข้าหากัน ไม่ใช่แค่เคลือบผิวด้านนอก ดังนั้นตอนเชื่อมต้องจี้ให้ลึกพอ แต่ก็ต้องระวังไม่ให้เหล็กขาด โดยเฉพาะถ้าใช้เหล็กบาง ควรค่อย ๆ ฝึกจังหวะมือและควบคุมความร้อนให้เหมาะสม
2. การเตรียมชิ้นงานสำคัญที่สุด
- ตัดเหล็กให้ประกบแนบสนิทที่สุด ควรเหลือช่องว่าง (gap) ไม่เกิน 1 มิลลิเมตร ถ้าชิดสนิทยิ่งดี เพราะจะช่วยให้เชื่อมง่ายขึ้นและแนวเชื่อมดูสวยงาม
- แท็ก (Tack) ก่อนเชื่อมจริง เริ่มจากแท็กหัว 1 จุด ตรวจสอบฉาก จากนั้นแท็กท้ายอีก 1 จุดแล้วเช็คฉากอีกครั้ง ก่อนเดินลวดจริง เพื่อไม่ให้เหล็กบิดหรือเสียรูป
3. เทคนิคการเดินลวดให้แนวเชื่อมสวย
- แบบเกล็ดปลา หรือแบบฟันปลา : เริ่มจากจุด 2.5 เดินไปที่หัว 1 แล้วถอยกลับมาทับที่ 2.5 จากนั้นเดินต่อไปทีละจุดจนถึงท้าย (10) วิธีนี้ช่วยให้แนวเชื่อมสวยและแน่น
- แบบเดินจิ้ม (Tack ต่อเนื่อง) : เชื่อมทีละจุดต่อกันเรื่อย ๆ แต่ต้องควบคุมจังหวะ ความเร็ว และระยะห่างให้ด
4. การตั้งค่ากระแสไฟให้เหมาะสม
- ถ้าใช้ ลวดเชื่อม 2.6 มม. กับเหล็กหนาประมาณ 1.7 มม. ควรตั้งกระแสไฟที่ 40–50 แอมป์ (สำหรับตู้ที่แอมป์เต็ม กระแสนิ่ง)
- ถ้าเป็น ตู้แอมป์ไม่เต็ม อาจต้องปรับขึ้นไปถึง 65 แอมป์หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับสเปกของตู้ที่ใช้งาน
5. ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำ
จากตัวอย่างที่เห็นในรอยเชื่อม ปัญหามีดังนี้:
- วางลวดห่างจากชิ้นงานเกินไป
- เดินแนวเร็วเกินไป
- ยกหัวเชื่อมสูงเกินไป
- แนวเชื่อมสะเปะสะปะ ไม่สม่ำเสมอ

6. วิธีฝึกฝนให้เก่งเร็วขึ้น
- เริ่มจาก ฝึกกับเหล็กหนา (อย่างน้อย 2.3 มม.) ก่อน เพราะจะไม่ทะลุง่าย ทำให้ควบคุมได้ดี
- ฝึกเดินแนวยาว ๆ ให้ต่อเนื่อง ไม่ต้องรีบ
- มือนิ่ง สำคัญที่สุด หากทำบ่อย ๆ จะคุ้นเหมือนการขี่จักรยาน เป็นแล้วก็เป็นเลย
สรุป
การเชื่อมที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่แค่การเปิดไฟหรือการเดินลวด แต่เริ่มตั้งแต่การเตรียมชิ้นงาน การตั้งค่าเครื่อง และการควบคุมมือ ถ้าฝึกบ่อย ๆ จากเหล็กหนา แล้วค่อยไปทำงานจริงกับเหล็กบาง จะช่วยให้ได้รอยเชื่อมที่แข็งแรง เรียบเนียน และใช้งานได้ทนทานแน่นอน
อุปกรณ์เซฟตี้ที่นัก DIY มือใหม่ต้องมี ก่อนเริ่มงานเชื่อมและงานตัดเหล็ก
สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มทำงาน DIY ด้านงานเชื่อมหรืองานตัดเหล็ก สิ่งหนึ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดก็คือ อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย (Safety Equipment) เพราะในการเชื่อมเหล็กจะมีทั้งควันเชื่อม สะเก็ดไฟ และแสงเชื่อม ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายโดยตรง หากไม่มีการป้องกันที่เหมาะสมอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นมาดูกันว่าอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับนัก DIY มือใหม่มีอะไรบ้าง

1. ถุงมือเชื่อม – ด่านแรกในการป้องกันสะเก็ดไฟ
ถุงมือเชื่อมถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ในการทำงานเชื่อม ไม่ควรใช้เพียงถุงมือผ้าธรรมดา เพราะไม่สามารถกันสะเก็ดไฟได้และอาจไหม้ติดมือได้ง่าย ถุงมือที่เหมาะสมคือ ถุงมือหนังกลับ ที่มีความยาวเกือบถึงข้อศอก ช่วยป้องกันสะเก็ดไฟที่กระเด็นใส่แขนและมือได้ดี อีกทั้งยังช่วยให้หยิบจับวัสดุร้อนหรือลวดเชื่อมได้อย่างปลอดภัย
2. เสื้อแขนยาว – เกราะป้องกันผิวหนัง
เสื้อผ้าที่สวมใส่ในการเชื่อมก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเลือกเสื้อแขนยาวที่กันสะเก็ดไฟได้ โดยวัสดุที่แนะนำ ได้แก่
- ผ้ายีนส์ – กันสะเก็ดไฟได้ดีมาก แต่ข้อเสียคืออาจทำให้รู้สึกร้อนในระหว่างการทำงาน
- ผ้าฝ้ายแขนยาว – ใส่แล้วไม่ร้อนเท่าผ้ายีนส์ แต่กันสะเก็ดไฟได้ไม่ดีเท่า และหากสะเก็ดไฟกระเด็นใส่อาจทำให้รู้สึกคันยุบยิบได้
ดังนั้น หากเน้นความปลอดภัยสูงสุดควรเลือกเสื้อผ้าที่ทำจากผ้ายีนส์หรือผ้าชนิดที่ผลิตมาเพื่อกันไฟโดยเฉพาะ

3. หน้ากากเชื่อมออโต้ – ปกป้องดวงตาและระบบหายใจ
แสงจากงานเชื่อมสามารถทำลายดวงตาได้ และควันเชื่อมก็เป็นอันตรายต่อปอด การใช้ หน้ากากเชื่อมออโต้ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะสามารถกรองแสงเชื่อมอันรุนแรงได้ทันทีที่เกิดอาร์ค และยังช่วยลดการสูดควันเชื่อมโดยตรง สำหรับงานเชื่อมทั่วไป เช่น MMA (การเชื่อมไฟฟ้า) หากไม่มีอุปกรณ์ดูดควัน อาจใช้วิธีเปิดพัดลมเป่าเพื่อช่วยระบายควันออกจากพื้นที่ทำงานได้บ้าง แต่ก็ยังไม่ปลอดภัยเท่าการใช้หน้ากากที่เหมาะสม

ลวดเชื่อมที่เราใช้งานจะเคลือบด้วยฟลักซ์ (Flux) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยป้องกันอากาศสัมผัสกับแนวเชื่อม แต่ถ้าต้องการเชื่อมปิดรู ควรเคาะเอาฟลักซ์ออกก่อน เหลือเพียงแกนลวดเชื่อมที่เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนเพื่อนำมาใช้โดยตรง

เมื่อเริ่มเชื่อม ให้วางแนวลวดเชื่อมอย่างสม่ำเสมอ ไม่เร่งรีบ ค่อยๆ แตะเชื่อมทีละจุดเพื่อให้เนื้อเชื่อมค่อยๆ เติมเต็มเข้าไปในร่องหรือรูที่เกิดขึ้น
หลังเชื่อมเสร็จจะมีขี้สแลค (Slag) เกิดขึ้นเคลือบผิวรอยเชื่อม ควรใช้ค้อนเชื่อมเคาะออก หรือใช้แปรงลวดช่วยถูเพื่อให้เห็นแนวเชื่อมชัดเจนและเตรียมพร้อมสำหรับการเชื่อมซ้ำ

เมื่อทำความสะอาดแนวเชื่อมแล้ว ให้ทำการเชื่อมเก็บซ้ำอีกครั้งเพื่อเติมเต็มรอยที่พร่องอยู่ และอย่าลืมเคาะขี้สแลคออกตามเดิมเพื่อให้แนวเชื่อมสะอาดเรียบร้อย
ขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้ ใบเจียรบาง เจียรแต่งแนวเชื่อมให้เรียบเสมอผิวงาน เพื่อให้งานออกมาสวยงามและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น



งานเจียร ตัด ขัด ครบจบที่เรา! การันตียอดขายกว่า 10,000 ร้าน
ใช้เองก็คุ้ม ขายต่อก็ได้ ราคาส่งสุดคุ้ม 💸
- ⚠️ สต๊อกเหลือน้อยมาก! หากหมดแล้วต้องรอผลิตใหม่ 45–60 วัน
- ⏰ รอบจัดส่ง ตัดรอบทุกเย็น เวลา 17:00 น.
- 🚚 ส่งไวทั่วไทย เคอรี่ • ขนส่งเอกชน • J&T
- 🔥 ลูกค้าสั่งเยอะ สินค้าใกล้หมดจริง!
- ⚠️ ราคาพิเศษ มีถึงวันนี้เท่านั้น
- 👉 ทัก LINE: @grade-a หรือกดปุ่มด้านล่างได้เลยค่ะ 😊
โปรด่วน! ก่อนราคากลับปกติ
รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

























พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ตลอดอายุการใช้งาน!


หมวกฮู้ดป้องกันความร้อนและสะเก็ดไฟ Welding Hood Leather
วิธีเชื่อมปิดรู สำหรับงานเชื่อมไฟฟ้า อุดรอยทะลุเหล็กบางให้เนียน! ทำเองได้ง่ายๆ (2025)
สำหรับผู้ที่เริ่มต้นหัดเชื่อมไฟฟ้า มักเจอปัญหายอดฮิตอย่าง รอยเชื่อมไม่เต็มแนว รอยเชื่อมพรุน หรือเชื่อมแล้วมีรูโหว่ ซึ่งนอกจากจะทำให้งานออกมาไม่สวย ยังอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของชิ้นงานได้ด้วย แต่ไม่ต้องกังวล เพราะช่างมือโปรก็เจอปัญหาแบบนี้มาแล้วทั้งนั้น เพียงแค่รู้เทคนิค การเชื่อมปิดรู ก็สามารถแก้งานให้ออกมาแนบเนียนและแข็งแรงได้

วิธีเชื่อมปิดรู แก้ปัญหารอยเชื่อมไม่เต็มและรอยพรุน
1.เคาะฟลักซ์ออกจากลวดเชื่อม
ลวดเชื่อมที่เราใช้งานจะเคลือบด้วยฟลักซ์ (Flux) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยป้องกันอากาศสัมผัสกับแนวเชื่อม แต่ถ้าต้องการเชื่อมปิดรู ควรเคาะเอาฟลักซ์ออกก่อน เหลือเพียงแกนลวดเชื่อมที่เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนเพื่อนำมาใช้โดยตรง

2.เชื่อมแตะตามแนวให้สม่ำเสมอ
เมื่อเริ่มเชื่อม ให้วางแนวลวดเชื่อมอย่างสม่ำเสมอ ไม่เร่งรีบ ค่อยๆ แตะเชื่อมทีละจุดเพื่อให้เนื้อเชื่อมค่อยๆ เติมเต็มเข้าไปในร่องหรือรูที่เกิดขึ้น
3.เคาะขี้สแลคออกจากแนวเชื่อม
หลังเชื่อมเสร็จจะมีขี้สแลค (Slag) เกิดขึ้นเคลือบผิวรอยเชื่อม ควรใช้ค้อนเชื่อมเคาะออก หรือใช้แปรงลวดช่วยถูเพื่อให้เห็นแนวเชื่อมชัดเจนและเตรียมพร้อมสำหรับการเชื่อมซ้ำ

4.เชื่อมเก็บแนวอีกรอบ
เมื่อทำความสะอาดแนวเชื่อมแล้ว ให้ทำการเชื่อมเก็บซ้ำอีกครั้งเพื่อเติมเต็มรอยที่พร่องอยู่ และอย่าลืมเคาะขี้สแลคออกตามเดิมเพื่อให้แนวเชื่อมสะอาดเรียบร้อย
5.เจียรตกแต่งรอยเชื่อม
ขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้ ใบเจียรบาง เจียรแต่งแนวเชื่อมให้เรียบเสมอผิวงาน เพื่อให้งานออกมาสวยงามและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น
เทคนิคเชื่อมเหล็กสำหรับมือใหม่ เคล็ดลับจากช่างมืออาชีพ ทำให้รอยเชื่อมแน่น แข็งแรง ไม่สะเปะสะปะ
หลายคนที่เริ่มหัดเชื่อมเหล็ก มักเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน เช่น เชื่อมแล้วเคาะขี้แสล็กออก แต่รอยเชื่อมไม่ต่อกัน หรือเห็นน้ำเหล็กไหลเชื่อมติดกัน แต่พอเสร็จงานจริง ๆ กลับกลายเป็นว่าชิ้นงานไม่ประสานแน่น อย่างในกรณีนี้ ช่างเชื่อมมืออาชีพได้แนะนำเทคนิคที่มือใหม่ควรรู้และฝึกฝนเพื่อให้งานออกมาสวย แข็งแรง และใช้งานได้จริง
1. เข้าใจหลักการเชื่อมที่ถูกต้อง
การเชื่อมที่ดีคือเหล็กต้องหลอมรวมเข้าหากัน ไม่ใช่แค่เคลือบผิวด้านนอก ดังนั้นตอนเชื่อมต้องจี้ให้ลึกพอ แต่ก็ต้องระวังไม่ให้เหล็กขาด โดยเฉพาะถ้าใช้เหล็กบาง ควรค่อย ๆ ฝึกจังหวะมือและควบคุมความร้อนให้เหมาะสม
2. การเตรียมชิ้นงานสำคัญที่สุด
- ตัดเหล็กให้ประกบแนบสนิทที่สุด ควรเหลือช่องว่าง (gap) ไม่เกิน 1 มิลลิเมตร ถ้าชิดสนิทยิ่งดี เพราะจะช่วยให้เชื่อมง่ายขึ้นและแนวเชื่อมดูสวยงาม
- แท็ก (Tack) ก่อนเชื่อมจริง เริ่มจากแท็กหัว 1 จุด ตรวจสอบฉาก จากนั้นแท็กท้ายอีก 1 จุดแล้วเช็คฉากอีกครั้ง ก่อนเดินลวดจริง เพื่อไม่ให้เหล็กบิดหรือเสียรูป
3. เทคนิคการเดินลวดให้แนวเชื่อมสวย
- แบบเกล็ดปลา หรือแบบฟันปลา : เริ่มจากจุด 2.5 เดินไปที่หัว 1 แล้วถอยกลับมาทับที่ 2.5 จากนั้นเดินต่อไปทีละจุดจนถึงท้าย (10) วิธีนี้ช่วยให้แนวเชื่อมสวยและแน่น
- แบบเดินจิ้ม (Tack ต่อเนื่อง) : เชื่อมทีละจุดต่อกันเรื่อย ๆ แต่ต้องควบคุมจังหวะ ความเร็ว และระยะห่างให้ด
4. การตั้งค่ากระแสไฟให้เหมาะสม
- ถ้าใช้ ลวดเชื่อม 2.6 มม. กับเหล็กหนาประมาณ 1.7 มม. ควรตั้งกระแสไฟที่ 40–50 แอมป์ (สำหรับตู้ที่แอมป์เต็ม กระแสนิ่ง)
- ถ้าเป็น ตู้แอมป์ไม่เต็ม อาจต้องปรับขึ้นไปถึง 65 แอมป์หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับสเปกของตู้ที่ใช้งาน
5. ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำ
จากตัวอย่างที่เห็นในรอยเชื่อม ปัญหามีดังนี้:
- วางลวดห่างจากชิ้นงานเกินไป
- เดินแนวเร็วเกินไป
- ยกหัวเชื่อมสูงเกินไป
- แนวเชื่อมสะเปะสะปะ ไม่สม่ำเสมอ

6. วิธีฝึกฝนให้เก่งเร็วขึ้น
- เริ่มจาก ฝึกกับเหล็กหนา (อย่างน้อย 2.3 มม.) ก่อน เพราะจะไม่ทะลุง่าย ทำให้ควบคุมได้ดี
- ฝึกเดินแนวยาว ๆ ให้ต่อเนื่อง ไม่ต้องรีบ
- มือนิ่ง สำคัญที่สุด หากทำบ่อย ๆ จะคุ้นเหมือนการขี่จักรยาน เป็นแล้วก็เป็นเลย
สรุป
การเชื่อมที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่แค่การเปิดไฟหรือการเดินลวด แต่เริ่มตั้งแต่การเตรียมชิ้นงาน การตั้งค่าเครื่อง และการควบคุมมือ ถ้าฝึกบ่อย ๆ จากเหล็กหนา แล้วค่อยไปทำงานจริงกับเหล็กบาง จะช่วยให้ได้รอยเชื่อมที่แข็งแรง เรียบเนียน และใช้งานได้ทนทานแน่นอน
อุปกรณ์เซฟตี้ที่นัก DIY มือใหม่ต้องมี ก่อนเริ่มงานเชื่อมและงานตัดเหล็ก
สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มทำงาน DIY ด้านงานเชื่อมหรืองานตัดเหล็ก สิ่งหนึ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดก็คือ อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย (Safety Equipment) เพราะในการเชื่อมเหล็กจะมีทั้งควันเชื่อม สะเก็ดไฟ และแสงเชื่อม ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายโดยตรง หากไม่มีการป้องกันที่เหมาะสมอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นมาดูกันว่าอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับนัก DIY มือใหม่มีอะไรบ้าง

1. ถุงมือเชื่อม – ด่านแรกในการป้องกันสะเก็ดไฟ
ถุงมือเชื่อมถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ในการทำงานเชื่อม ไม่ควรใช้เพียงถุงมือผ้าธรรมดา เพราะไม่สามารถกันสะเก็ดไฟได้และอาจไหม้ติดมือได้ง่าย ถุงมือที่เหมาะสมคือ ถุงมือหนังกลับ ที่มีความยาวเกือบถึงข้อศอก ช่วยป้องกันสะเก็ดไฟที่กระเด็นใส่แขนและมือได้ดี อีกทั้งยังช่วยให้หยิบจับวัสดุร้อนหรือลวดเชื่อมได้อย่างปลอดภัย
2. เสื้อแขนยาว – เกราะป้องกันผิวหนัง
เสื้อผ้าที่สวมใส่ในการเชื่อมก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเลือกเสื้อแขนยาวที่กันสะเก็ดไฟได้ โดยวัสดุที่แนะนำ ได้แก่
- ผ้ายีนส์ – กันสะเก็ดไฟได้ดีมาก แต่ข้อเสียคืออาจทำให้รู้สึกร้อนในระหว่างการทำงาน
- ผ้าฝ้ายแขนยาว – ใส่แล้วไม่ร้อนเท่าผ้ายีนส์ แต่กันสะเก็ดไฟได้ไม่ดีเท่า และหากสะเก็ดไฟกระเด็นใส่อาจทำให้รู้สึกคันยุบยิบได้
ดังนั้น หากเน้นความปลอดภัยสูงสุดควรเลือกเสื้อผ้าที่ทำจากผ้ายีนส์หรือผ้าชนิดที่ผลิตมาเพื่อกันไฟโดยเฉพาะ

3. หน้ากากเชื่อมออโต้ – ปกป้องดวงตาและระบบหายใจ
แสงจากงานเชื่อมสามารถทำลายดวงตาได้ และควันเชื่อมก็เป็นอันตรายต่อปอด การใช้ หน้ากากเชื่อมออโต้ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะสามารถกรองแสงเชื่อมอันรุนแรงได้ทันทีที่เกิดอาร์ค และยังช่วยลดการสูดควันเชื่อมโดยตรง สำหรับงานเชื่อมทั่วไป เช่น MMA (การเชื่อมไฟฟ้า) หากไม่มีอุปกรณ์ดูดควัน อาจใช้วิธีเปิดพัดลมเป่าเพื่อช่วยระบายควันออกจากพื้นที่ทำงานได้บ้าง แต่ก็ยังไม่ปลอดภัยเท่าการใช้หน้ากากที่เหมาะสม

ลวดเชื่อมที่เราใช้งานจะเคลือบด้วยฟลักซ์ (Flux) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยป้องกันอากาศสัมผัสกับแนวเชื่อม แต่ถ้าต้องการเชื่อมปิดรู ควรเคาะเอาฟลักซ์ออกก่อน เหลือเพียงแกนลวดเชื่อมที่เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนเพื่อนำมาใช้โดยตรง

เมื่อเริ่มเชื่อม ให้วางแนวลวดเชื่อมอย่างสม่ำเสมอ ไม่เร่งรีบ ค่อยๆ แตะเชื่อมทีละจุดเพื่อให้เนื้อเชื่อมค่อยๆ เติมเต็มเข้าไปในร่องหรือรูที่เกิดขึ้น
หลังเชื่อมเสร็จจะมีขี้สแลค (Slag) เกิดขึ้นเคลือบผิวรอยเชื่อม ควรใช้ค้อนเชื่อมเคาะออก หรือใช้แปรงลวดช่วยถูเพื่อให้เห็นแนวเชื่อมชัดเจนและเตรียมพร้อมสำหรับการเชื่อมซ้ำ

เมื่อทำความสะอาดแนวเชื่อมแล้ว ให้ทำการเชื่อมเก็บซ้ำอีกครั้งเพื่อเติมเต็มรอยที่พร่องอยู่ และอย่าลืมเคาะขี้สแลคออกตามเดิมเพื่อให้แนวเชื่อมสะอาดเรียบร้อย
ขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้ ใบเจียรบาง เจียรแต่งแนวเชื่อมให้เรียบเสมอผิวงาน เพื่อให้งานออกมาสวยงามและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น



รีวิวจากลูกค้า






























คำถามที่พบบ่อย
มีหน้าร้านไหม
บริการส่งผ่าน Grab/LINE/Lalamove
ชำระเงินได้ช่องทางไหน
เวลาทำการของบริษัท
จัดส่งกี่วันถึง จะส่งเมื่อไหร่ ได้ของวันไหน
จัดส่งทางไหน ทางขนส่งเอกชน ไปรษณีย์ หรือจัดส่งเอง

มีสินค้าจำหน่ายในราคาส่ง
สินค้าสั่งผลิต - พรีออเดอร์ จะต้องชำระเงินก่อน 50% ของยอดสั่งซื้อ และชำระ 50% ก่อนจัดส่ง



