WP-9
เชื่อมสแตนเลสกล่อง หนา1.2mm เชื่อมแบบเติมลวด ไม่เติมลวด ใช้งานต่างกันตรงไหน แบบไหนถึงต้องเติม? (2025)
งานเชื่อมสแตนเลสถือเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความละเอียด ความชำนาญ และการเลือกเทคนิคที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อต้องเชื่อม สแตนเลสกล่องหนา 1.2 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นความหนาที่เจอบ่อยในการทำงานเฟอร์นิเจอร์ งานโครงสร้างเล็ก ไปจนถึงงานตกแต่ง จุดสำคัญที่ช่างหลายคนสงสัยคือ การเชื่อมแบบเติมลวด และ ไม่เติมลวด นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร? และสถานการณ์ไหนที่เหมาะกับการเติมลวดหรือไม่ต้องเติมลวด วันนี้เราจะมาอธิบายให้ชัดเจน

เชื่อมสแตนเลส 1.2 มิล แบบ ไม่เติมลวด
หากชิ้นงานสแตนเลสถูกเตรียมผิวและจัดตำแหน่งได้อย่างดีจนแนบสนิท แทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างรอยต่อ การเชื่อมโดย ไม่ใช้ลวดเติม ก็เพียงพอแล้ว วิธีการคือใช้กระแสไฟประมาณ 100 แอมป์ ร่วมกับ ทังสเตนขนาด 2.4 มม. จากนั้นเล็งปลายแท่งทังสเตนไปที่ขอบแนวเชื่อมจุดก่อนหน้า แล้วกดสวิตช์เพื่อสร้างแนวเชื่อมต่อเนื่องกัน เกล็ดรอยเชื่อมที่ได้จะเรียงตัวสวยงามและแนบไปกับผิวงาน เหมาะกับงานที่ต้องการความประณีต เรียบตึง และไม่เน้นความหนาของแนวเชื่อมมากนัก
ข้อดีของวิธีนี้คือ รอยเชื่อมดูสะอาดและบางเรียบ ลดโอกาสการบิดงอเพราะความร้อนเกินไป และไม่เปลืองลวดเชื่อม แต่ข้อจำกัดคือชิ้นงานต้องถูกเตรียมและฟิตแนบสนิทจริง ๆ หากมีช่องว่างแม้เล็กน้อย แนวเชื่อมอาจไม่เต็ม อาจเกิดรูพรุนหรือไม่แข็งแรงพอสำหรับการใช้งานบางประเภท

เชื่อมสแตนเลส 1.2 มิล แบบ เติมลวด
ในกรณีที่การฟิตชิ้นงานยังมีช่องว่างเล็กน้อย การใช้ ลวดเติมขนาด 1.6 มม. เป็นสิ่งจำเป็น วิธีการคือวางลวดเติมนอนไปตามร่องชิ้นงาน แล้วเล็งปลายทังสเตนไปที่จุดกึ่งกลางระหว่างขอบแนวเชื่อมกับลวดเติม จากนั้นกดสวิตช์และทำจังหวะแต้ม–ยกตามจังหวะปกติ รอยเชื่อมที่ได้จะมีลักษณะเป็น เกล็ดนูนสวยงาม แนวเชื่อมแข็งแรงขึ้นเพราะมีการเติมเนื้อโลหะเพิ่มเข้าไป
ข้อดีของการเติมลวดคือสามารถอุดช่องว่างของชิ้นงานได้ดี ทำให้แนวเชื่อมมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น และเหมาะสำหรับงานที่ต้องการรับแรง เช่น งานโครงสร้าง งานเฟอร์นิเจอร์ที่มีการรับน้ำหนัก แต่ข้อเสียคือแนวเชื่อมจะนูนและอาจต้องมีการเก็บงานภายหลัง หากต้องการผิวที่เรียบเนียน
การใช้ลวดเติมเหมาะกับงานแบบไหน?
- ไม่เติมลวด → เหมาะกับงานที่ประกบแนบสนิท ต้องการแนวเชื่อมบาง เรียบสวย และไม่เน้นรับแรงมาก เช่น งานตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ที่เน้นความเรียบร้อย
- เติมลวด → เหมาะกับงานที่มีช่องว่างระหว่างชิ้นงาน หรือชิ้นงานที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น เน้นโครงสร้างที่ใช้งานจริง รับแรงกดหรือแรงดึง

กระเบื้องคลุมแก๊ส ทำไมมีหลายเบอร์ ใช้แทนกันได้ไหม
กระเบื้องคลุมแก๊ส (Gas Nozzle) มีชื่อเรียกอีกอย่างคือ ถ้วยเซรามิก (Ceramic/Alumina Cup) ถ้วยชมพู ถ้วยเชื่อมอาร์กอน หรือ นมหนู จะมีช่วงกระแสไฟที่กำหนดไว้อยู่ครับว่าแต่ละเบอร์ใช้ที่กระแสเท่าไหร่ หากมานำแก๊สเลนส์มาใช้ทดแทนกันจะได้ไหม บทความนี้มีคำตอบครับ
แนวเชื่อมของกระเบื้องคลุมแก๊ส เบอร์ 4, 5, 6, 7, 8 ใช้กระแส 85 แอมป์เท่ากัน ใช้แก๊ส 5 ลิตรต่อนาที
รอยเชื่อมเรียงเบอร์กันตามรูป พบว่ารอยเชื่อมแต่ละเบอร์แทบไม่ต่างกันเลย จริงๆแล้วมันสามารถใช้ทดแทนกันได้แต่ถ้าให้ดีควรใช้ตามค่าที่แนะนำดีกว่าครับ

การเลือกค่ากระแสเชื่อมและอุปกรณ์สำหรับเชื่อมเหล็กคาร์บอนและสแตนเลส
ในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับเหล็กคาร์บอน (Carbon Steels) และเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steels) จำเป็นต้องเลือกค่ากระแสเชื่อม ขนาดลวดเชื่อม แท่งทังสเตน รวมถึงอัตราการไหลของแก๊สปกคลุมให้เหมาะสมกับความหนาของชิ้นงาน หากตั้งค่าไม่ถูกต้อง อาจทำให้แนวเชื่อมไม่แข็งแรงหรือเกิดปัญหาต่างๆ เช่น แนวเชื่อมพรุน ลึกไม่พอ หรือสิ้นเปลืองแก๊สมากเกินไป
เริ่มจากงานชิ้นบางที่สุด ความหนา 0.4 – 1.0 มิลลิเมตร ควรใช้แท่งทังสเตนขนาดเล็กเพียง 1.0 – 1.6 มม. ร่วมกับลวดเชื่อมเส้นเล็ก 1.0 – 1.6 มม. ตั้งค่ากระแสเพียง 10 – 30 แอมป์ ก็เพียงพอ โดยเปิดอัตราการไหลของแก๊สอาร์กอนประมาณ 4 – 5 ลิตร/นาที ซึ่งช่วยให้ควบคุมแนวเชื่อมได้เรียบสวยโดยไม่เผาไหม้ทะลุ
เมื่อความหนาเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 – 2.0 มม. ค่ากระแสที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วง 25 – 70 แอมป์ ส่วนทังสเตนและลวดเชื่อมยังคงใช้ขนาดเล็กเช่นเดิม หากหนาขึ้นมาถึง 3.0 มม. ต้องปรับกระแสให้สูงขึ้นเป็น 90 – 120 แอมป์ และควรใช้แท่งทังสเตนที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย 1.6 – 2.4 มม. เพื่อให้รับกระแสได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับงานที่มีความหนา 5.0 – 6.0 มม. ขึ้นไป จะต้องใช้กระแสมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น 120 – 200 แอมป์ หรือมากกว่า พร้อมกับเพิ่มอัตราการไหลของแก๊สปกคลุมเป็น 6 – 8 ลิตร/นาที เพื่อให้แนวเชื่อมคงที่ ไม่พรุน และสามารถป้องกันแนวเชื่อมจากการปนเปื้อนของอากาศได้ดีขึ้น
ในกรณีงานชิ้นใหญ่และหนามาก เช่น 10 – 12 มม. การเชื่อมจะใช้กระแสสูงถึง 180 – 240 แอมป์ ร่วมกับทังสเตนขนาดใหญ่ 3.2 – 4.0 มม. และต้องการอัตราการไหลของแก๊สอาร์กอนมากขึ้น 8 – 9 ลิตร/นาที เพื่อครอบคลุมพื้นที่แนวเชื่อมที่กว้าง
นอกจากค่ากระแสและแก๊สแล้ว การเลือกขนาดของหัวก๊าซ (Nozzle) ก็สำคัญ โดยทั่วไปงานชิ้นบางใช้หัวขนาดเล็ก เช่น เบอร์ 4, 5, 6 แต่เมื่องานหนาขึ้นและต้องการกระแสสูง ควรเปลี่ยนไปใช้หัวก๊าซที่ใหญ่ขึ้น เช่น เบอร์ 6, 7, 8 เพื่อกระจายแก๊สได้ทั่วแนวเชื่อม




งานเจียร ตัด ขัด ครบจบที่เรา! การันตียอดขายกว่า 10,000 ร้าน
ใช้เองก็คุ้ม ขายต่อก็ได้ ราคาส่งสุดคุ้ม 💸
- ⚠️ สต๊อกเหลือน้อยมาก! หากหมดแล้วต้องรอผลิตใหม่ 45–60 วัน
- ⏰ รอบจัดส่ง ตัดรอบทุกเย็น เวลา 17:00 น.
- 🚚 ส่งไวทั่วไทย เคอรี่ • ขนส่งเอกชน • J&T
- 🔥 ลูกค้าสั่งเยอะ สินค้าใกล้หมดจริง!
- ⚠️ ราคาพิเศษ มีถึงวันนี้เท่านั้น
- 👉 ทัก LINE: @grade-a หรือกดปุ่มด้านล่างได้เลยค่ะ 😊
โปรด่วน! ก่อนราคากลับปกติ
รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

























พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ตลอดอายุการใช้งาน!


WP-9
เชื่อมสแตนเลสกล่อง หนา1.2mm เชื่อมแบบเติมลวด ไม่เติมลวด ใช้งานต่างกันตรงไหน แบบไหนถึงต้องเติม? (2025)
งานเชื่อมสแตนเลสถือเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความละเอียด ความชำนาญ และการเลือกเทคนิคที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อต้องเชื่อม สแตนเลสกล่องหนา 1.2 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นความหนาที่เจอบ่อยในการทำงานเฟอร์นิเจอร์ งานโครงสร้างเล็ก ไปจนถึงงานตกแต่ง จุดสำคัญที่ช่างหลายคนสงสัยคือ การเชื่อมแบบเติมลวด และ ไม่เติมลวด นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร? และสถานการณ์ไหนที่เหมาะกับการเติมลวดหรือไม่ต้องเติมลวด วันนี้เราจะมาอธิบายให้ชัดเจน

เชื่อมสแตนเลส 1.2 มิล แบบ ไม่เติมลวด
หากชิ้นงานสแตนเลสถูกเตรียมผิวและจัดตำแหน่งได้อย่างดีจนแนบสนิท แทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างรอยต่อ การเชื่อมโดย ไม่ใช้ลวดเติม ก็เพียงพอแล้ว วิธีการคือใช้กระแสไฟประมาณ 100 แอมป์ ร่วมกับ ทังสเตนขนาด 2.4 มม. จากนั้นเล็งปลายแท่งทังสเตนไปที่ขอบแนวเชื่อมจุดก่อนหน้า แล้วกดสวิตช์เพื่อสร้างแนวเชื่อมต่อเนื่องกัน เกล็ดรอยเชื่อมที่ได้จะเรียงตัวสวยงามและแนบไปกับผิวงาน เหมาะกับงานที่ต้องการความประณีต เรียบตึง และไม่เน้นความหนาของแนวเชื่อมมากนัก
ข้อดีของวิธีนี้คือ รอยเชื่อมดูสะอาดและบางเรียบ ลดโอกาสการบิดงอเพราะความร้อนเกินไป และไม่เปลืองลวดเชื่อม แต่ข้อจำกัดคือชิ้นงานต้องถูกเตรียมและฟิตแนบสนิทจริง ๆ หากมีช่องว่างแม้เล็กน้อย แนวเชื่อมอาจไม่เต็ม อาจเกิดรูพรุนหรือไม่แข็งแรงพอสำหรับการใช้งานบางประเภท

เชื่อมสแตนเลส 1.2 มิล แบบ เติมลวด
ในกรณีที่การฟิตชิ้นงานยังมีช่องว่างเล็กน้อย การใช้ ลวดเติมขนาด 1.6 มม. เป็นสิ่งจำเป็น วิธีการคือวางลวดเติมนอนไปตามร่องชิ้นงาน แล้วเล็งปลายทังสเตนไปที่จุดกึ่งกลางระหว่างขอบแนวเชื่อมกับลวดเติม จากนั้นกดสวิตช์และทำจังหวะแต้ม–ยกตามจังหวะปกติ รอยเชื่อมที่ได้จะมีลักษณะเป็น เกล็ดนูนสวยงาม แนวเชื่อมแข็งแรงขึ้นเพราะมีการเติมเนื้อโลหะเพิ่มเข้าไป
ข้อดีของการเติมลวดคือสามารถอุดช่องว่างของชิ้นงานได้ดี ทำให้แนวเชื่อมมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น และเหมาะสำหรับงานที่ต้องการรับแรง เช่น งานโครงสร้าง งานเฟอร์นิเจอร์ที่มีการรับน้ำหนัก แต่ข้อเสียคือแนวเชื่อมจะนูนและอาจต้องมีการเก็บงานภายหลัง หากต้องการผิวที่เรียบเนียน
การใช้ลวดเติมเหมาะกับงานแบบไหน?
- ไม่เติมลวด → เหมาะกับงานที่ประกบแนบสนิท ต้องการแนวเชื่อมบาง เรียบสวย และไม่เน้นรับแรงมาก เช่น งานตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ที่เน้นความเรียบร้อย
- เติมลวด → เหมาะกับงานที่มีช่องว่างระหว่างชิ้นงาน หรือชิ้นงานที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น เน้นโครงสร้างที่ใช้งานจริง รับแรงกดหรือแรงดึง

กระเบื้องคลุมแก๊ส ทำไมมีหลายเบอร์ ใช้แทนกันได้ไหม
กระเบื้องคลุมแก๊ส (Gas Nozzle) มีชื่อเรียกอีกอย่างคือ ถ้วยเซรามิก (Ceramic/Alumina Cup) ถ้วยชมพู ถ้วยเชื่อมอาร์กอน หรือ นมหนู จะมีช่วงกระแสไฟที่กำหนดไว้อยู่ครับว่าแต่ละเบอร์ใช้ที่กระแสเท่าไหร่ หากมานำแก๊สเลนส์มาใช้ทดแทนกันจะได้ไหม บทความนี้มีคำตอบครับ
แนวเชื่อมของกระเบื้องคลุมแก๊ส เบอร์ 4, 5, 6, 7, 8 ใช้กระแส 85 แอมป์เท่ากัน ใช้แก๊ส 5 ลิตรต่อนาที
รอยเชื่อมเรียงเบอร์กันตามรูป พบว่ารอยเชื่อมแต่ละเบอร์แทบไม่ต่างกันเลย จริงๆแล้วมันสามารถใช้ทดแทนกันได้แต่ถ้าให้ดีควรใช้ตามค่าที่แนะนำดีกว่าครับ

การเลือกค่ากระแสเชื่อมและอุปกรณ์สำหรับเชื่อมเหล็กคาร์บอนและสแตนเลส
ในการเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับเหล็กคาร์บอน (Carbon Steels) และเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steels) จำเป็นต้องเลือกค่ากระแสเชื่อม ขนาดลวดเชื่อม แท่งทังสเตน รวมถึงอัตราการไหลของแก๊สปกคลุมให้เหมาะสมกับความหนาของชิ้นงาน หากตั้งค่าไม่ถูกต้อง อาจทำให้แนวเชื่อมไม่แข็งแรงหรือเกิดปัญหาต่างๆ เช่น แนวเชื่อมพรุน ลึกไม่พอ หรือสิ้นเปลืองแก๊สมากเกินไป
เริ่มจากงานชิ้นบางที่สุด ความหนา 0.4 – 1.0 มิลลิเมตร ควรใช้แท่งทังสเตนขนาดเล็กเพียง 1.0 – 1.6 มม. ร่วมกับลวดเชื่อมเส้นเล็ก 1.0 – 1.6 มม. ตั้งค่ากระแสเพียง 10 – 30 แอมป์ ก็เพียงพอ โดยเปิดอัตราการไหลของแก๊สอาร์กอนประมาณ 4 – 5 ลิตร/นาที ซึ่งช่วยให้ควบคุมแนวเชื่อมได้เรียบสวยโดยไม่เผาไหม้ทะลุ
เมื่อความหนาเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 – 2.0 มม. ค่ากระแสที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วง 25 – 70 แอมป์ ส่วนทังสเตนและลวดเชื่อมยังคงใช้ขนาดเล็กเช่นเดิม หากหนาขึ้นมาถึง 3.0 มม. ต้องปรับกระแสให้สูงขึ้นเป็น 90 – 120 แอมป์ และควรใช้แท่งทังสเตนที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย 1.6 – 2.4 มม. เพื่อให้รับกระแสได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับงานที่มีความหนา 5.0 – 6.0 มม. ขึ้นไป จะต้องใช้กระแสมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น 120 – 200 แอมป์ หรือมากกว่า พร้อมกับเพิ่มอัตราการไหลของแก๊สปกคลุมเป็น 6 – 8 ลิตร/นาที เพื่อให้แนวเชื่อมคงที่ ไม่พรุน และสามารถป้องกันแนวเชื่อมจากการปนเปื้อนของอากาศได้ดีขึ้น
ในกรณีงานชิ้นใหญ่และหนามาก เช่น 10 – 12 มม. การเชื่อมจะใช้กระแสสูงถึง 180 – 240 แอมป์ ร่วมกับทังสเตนขนาดใหญ่ 3.2 – 4.0 มม. และต้องการอัตราการไหลของแก๊สอาร์กอนมากขึ้น 8 – 9 ลิตร/นาที เพื่อครอบคลุมพื้นที่แนวเชื่อมที่กว้าง
นอกจากค่ากระแสและแก๊สแล้ว การเลือกขนาดของหัวก๊าซ (Nozzle) ก็สำคัญ โดยทั่วไปงานชิ้นบางใช้หัวขนาดเล็ก เช่น เบอร์ 4, 5, 6 แต่เมื่องานหนาขึ้นและต้องการกระแสสูง ควรเปลี่ยนไปใช้หัวก๊าซที่ใหญ่ขึ้น เช่น เบอร์ 6, 7, 8 เพื่อกระจายแก๊สได้ทั่วแนวเชื่อม




รีวิวจากลูกค้า






























คำถามที่พบบ่อย
มีหน้าร้านไหม
บริการส่งผ่าน Grab/LINE/Lalamove
ชำระเงินได้ช่องทางไหน
เวลาทำการของบริษัท
จัดส่งกี่วันถึง จะส่งเมื่อไหร่ ได้ของวันไหน
จัดส่งทางไหน ทางขนส่งเอกชน ไปรษณีย์ หรือจัดส่งเอง

มีสินค้าจำหน่ายในราคาส่ง
สินค้าสั่งผลิต - พรีออเดอร์ จะต้องชำระเงินก่อน 50% ของยอดสั่งซื้อ และชำระ 50% ก่อนจัดส่ง



