ลวดเชื่อมทังสเตน หัวสีแดง
ทังสเตนเชื่อมอะลูมิเนียมต้องเหลาไหม? เปรียบเทียบทังสเตน 1.6 vs 2.4 mm. เลือกแบบไหนงานเชื่อมสวยกว่า! (2025)
เมื่อพูดถึงการเชื่อมทิก (TIG Welding) สิ่งที่หลายคนสงสัยเสมอคือ “การเชื่อมอะลูมิเนียมต้องเหลาทังสเตนหรือไม่?” เพราะโดยทั่วไป เราจะคุ้นชินกับภาพของทังสเตนที่ถูกเหลาให้แหลม เพื่อง่ายต่อการสร้างแนวเชื่อมที่เสถียร โดยเฉพาะเวลาทำงานกับเหล็กหรือสแตนเลส แต่สำหรับอะลูมิเนียม คำตอบกลับไม่เหมือนเดิม และนี่คือเหตุผลที่คุณควรรู้
ทำความรู้จักทังสเตนสำหรับงานเชื่อม TIG
ทังสเตน (Tungsten Electrode) เป็นหัวใจสำคัญของงานเชื่อม TIG ที่ช่างต้องเลือกให้ถูกชนิด เนื่องจากทังสเตนมีหลายสี หลายเกรด ซึ่งแต่ละแบบถูกออกแบบมาให้เหมาะกับงานต่างกัน เช่น
- ✅ ทังสเตนสีแดง (Thoriated Tungsten) : นิยมใช้เชื่อมเหล็กและสแตนเลส ให้แนวเชื่อมคมชัด สะดวกต่อการควบคุม
- ✅ ทังสเตนสีเขียว (Pure Tungsten – WP) : เหมาะกับงานเชื่อมอะลูมิเนียม ใช้กับกระแส AC ได้ดี
- ✅ ทังสเตนสีทอง (Lanthanated Tungsten – WL15) : ใช้งานได้ทั้งเหล็ก สแตนเลส และอะลูมิเนียม ถือว่ามีความอเนกประสงค์

ทำไมเชื่อมเหล็ก–สแตนเลสต้องเหลา แต่เชื่อมอะลูมิเนียมไม่ต้อง?
เวลาช่างเชื่อม เหล็กหรือสแตนเลส จะนิยมเหลาให้ปลายทังสเตนแหลม เพื่อโฟกัสอาร์กไฟให้คม แนวเชื่อมที่ได้จะสวย เนียน และควบคุมได้ง่าย
แต่สำหรับ อะลูมิเนียม สถานการณ์ต่างออกไป เพราะการเชื่อมต้องใช้ กระแสไฟฟ้าสลับ (AC – Alternating Current) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ ให้ความร้อนทั้งขั้วบวกและขั้วลบ ทำให้เกิดการ "เปิดผิวออกไซด์" ของอะลูมิเนียมออกมาอย่างต่อเนื่อง ระหว่างการเชื่อมปลายทังสเตนจะถูกความร้อนกระจายจน ทู่และกลมมนคล้ายลูกบอล โดยธรรมชาติอยู่แล้ว
ดังนั้น แม้คุณจะเหลาให้แหลมก่อนเชื่อม แต่เมื่อเชื่อมไปสักพักปลายทังสเตนก็จะปรับตัวจนกลมอยู่ดี

สรุปการเหลาทังสเตน
- งานเหล็ก / สแตนเลส → ควรเหลาให้แหลม เพื่อให้แนวเชื่อมคมและสวย
- งานอะลูมิเนียม → ไม่จำเป็นต้องเหลา เพราะการใช้กระแส AC จะทำให้ปลายทังสเตนกลมมนเองตามธรรมชาติ
ดังนั้น หากคุณกำลังเริ่มต้นเชื่อมอะลูมิเนียม ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเหลาทังสเตนให้แหลมเหมือนงานเหล็ก แต่ควรโฟกัสไปที่การตั้งค่ากระแสไฟ AC ให้เหมาะสม รวมถึงการปรับ Balance ระหว่าง Cleaning กับ Penetration เพื่อให้ได้แนวเชื่อมที่สะอาดและแข็งแรง
ทังสเตน 1.6 vs 2.4 mm. เลือกขนาดไหนเชื่อมสวย ประหยัด และเหมาะกับงาน?
เมื่อพูดถึงการเชื่อมแบบ TIG (Tungsten Inert Gas) หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่างเชื่อมทุกคนต้องใส่ใจ คือการเลือกใช้ ลวดเชื่อมทังสเตน (Tungsten Electrode) ให้เหมาะสมกับงาน เพราะขนาดของทังสเตนส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพแนวเชื่อม ความทนทานของลวด รวมถึงความสวยงามของชิ้นงาน วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบกันชัด ๆ ระหว่าง ทังสเตนขนาด 1.6 mm. และ 2.4 mm. โดยทดลองใช้กระแสเชื่อมเท่ากันคือ 150 แอมป์ แล้วดูผลลัพธ์ว่าต่างกันอย่างไร

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเชื่อมด้วยลวดทังสเตน
ก่อนเริ่มเชื่อม สิ่งสำคัญคือต้องเลือก จำปา (Collet) และ Collet Body ให้ตรงกับขนาดของทังสเตนที่ใช้
- หากใช้ทังสเตน 2.4 mm. ก็ควรใช้จำปาขนาด 2.4 mm. เช่นเดียวกัน
- หากจำปาไม่ตรงขนาด สามารถใช้ Collet Body ที่ใหญ่กว่าหนึ่งเบอร์ได้ เช่น ทังสเตน 2.4 mm. อาจใช้กับ Collet Body 3.2 mm. ได้ แต่ไม่ควรใหญ่เกิน 2 เบอร์ เพราะอาจทำให้จับลวดไม่แน่นและเกิดปัญหาขณะเชื่อมได้
ผลลัพธ์การเชื่อม: ทังสเตน 1.6 mm. vs 2.4 mm.
เมื่อทดลองใช้กระแสเชื่อม 150 แอมป์ เท่ากัน พบว่า:
- ทังสเตน 1.6 mm.
แนวเชื่อมช่วงแรกออกมาสวยงาม แต่เมื่อเชื่อมต่อเนื่องไปสักพัก แนวเชื่อมเริ่มบานออก เนื่องจากความร้อนสะสมที่ทังสเตนมีมากเกินไป ทำให้ลวดสึกหรอและทู่เร็วกว่า
- ทังสเตน 2.4 mm.
ให้แนวเชื่อมที่คงที่ตลอดทั้งแนว แม้จะเชื่อมต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะทังสเตนมีหน้าตัดใหญ่ ระบายความร้อนได้ดีกว่า จึงคงรูปและปลายแหลมได้นานกว่า

ข้อดี–ข้อเสียของลวดเชื่อมทังสเตนแต่ละขนาด
ทังสเตน 1.6 mm.
- ✅ เหมาะกับงานชิ้นเล็ก ใช้กระแสไฟต่ำ
- ✅ ให้รอยเชื่อมที่ละเอียดในงานบาง
- ❌ ไม่ทนเมื่อใช้กระแสสูงเกินไป (150 แอมป์ขึ้นไป)
- ❌ สึกหรอและทู่ไวกว่า
ทังสเตน 2.4 mm.
- ✅ เหมาะกับงานหนา ใช้กระแสสูง
- ✅ แนวเชื่อมคงที่ สวยงามตลอดทั้งแนว
- ✅ ทนทาน ไม่สึกหรอง่าย
- ❌ ไม่เหมาะกับงานที่บางมาก เพราะลวดขนาดใหญ่เกินไป

บทสรุปการเชื่อมทังสเตนสำหรับช่างเชื่อม
การเลือกใช้ ทังสเตนให้ถูกขนาด ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้งานเชื่อมออกมาสวย ประหยัด และปลอดภัย
- หากเป็นงานบาง ใช้กระแสต่ำ → เลือก ทังสเตน 1.6 mm.
- หากเป็นงานหนา ใช้กระแสสูง → เลือก ทังสเตน 2.4 mm.
ดังนั้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าขนาดใดดีกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับประเภทงานและกระแสไฟที่ใช้ หากเลือกให้ถูกตั้งแต่แรก คุณจะได้แนวเชื่อมที่แข็งแรง สวยงาม และช่วยประหยัดลวดทังสเตนไปในตัว
ลวดเชื่อมทังสเตนสีแดง WT-20 (Red) ทำไมช่างเชื่อมมืออาชีพถึงเลือกใช้?
การใช้งานลวดเชื่อมทังสเตนสีแดง WT-20
ลวดเชื่อมทังสเตนหัวสีแดง WT-20 ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายจากช่างเชื่อมมืออาชีพ เพราะสามารถใช้งานได้กับโลหะหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น
- เหล็ก
- สแตนเลส
- นิกเกิล
- ไททาเนียม
โดยรองรับทั้ง ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และ ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จึงเหมาะกับการเชื่อมโลหะทั่วไปได้อย่างหลากหลาย และด้วยคุณสมบัติที่รองรับกระแสไฟสูง ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงและแนวเชื่อมที่สวยงาม
ก่อนใช้งานควร ลับปลายทังสเตนให้แหลม เพื่อควบคุมทิศทางอาร์คให้พุ่งตรง ลดการฟุ้งกระจาย และทำให้กระแสไหลอย่างมีประสิทธิภาพ การลับที่ถูกต้องยังช่วยให้แนวเชื่อมมีความละเอียดและคงที่มากขึ้น
คุณสมบัติหลักที่ทำให้ทังสเตนสีแดง WT-20 ได้รับความนิยม
- อาร์คเริ่มต้นง่าย – จุดอาร์คได้ไว ไม่สะดุด
- กระแสเสถียร – ให้ไฟสม่ำเสมอ แม้ใช้งานกระแสสูง
- แนวเชื่อมคุณภาพสูง – รอยเชื่อมเรียบ เนียน ซึมลึก และลดปัญหาอาร์คส่าย
- ทนทานต่อการใช้งาน – ปลายทังสเตนไม่กุดง่าย ใช้งานได้ยาวนาน
- รองรับงานเชื่อมหลากหลาย – ใช้ได้ทั้ง DC และ AC เหมาะกับโลหะหลายประเภท
สรุปการใช้งานทังสเตนหัวสีแดง
ลวดเชื่อมทังสเตนหัวสีแดง WT-20 (Red Tungsten Electrode) จัดเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของช่างเชื่อม TIG เพราะมีคุณสมบัติเด่นเรื่องความทนทาน การนำไฟฟ้าดี อาร์คเสถียร และสามารถใช้งานได้ทั้ง AC และ DC รองรับงานเชื่อมหลากหลายประเภท ทั้งเหล็ก สแตนเลส นิกเกิล และไททาเนียม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการแนวเชื่อมที่สวยงาม แข็งแรง และคุ้มค่าต่อการใช้งาน



แนวเชื่อมช่วงแรกออกมาสวยงาม แต่เมื่อเชื่อมต่อเนื่องไปสักพัก แนวเชื่อมเริ่มบานออก เนื่องจากความร้อนสะสมที่ทังสเตนมีมากเกินไป ทำให้ลวดสึกหรอและทู่เร็วกว่า
ให้แนวเชื่อมที่คงที่ตลอดทั้งแนว แม้จะเชื่อมต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะทังสเตนมีหน้าตัดใหญ่ ระบายความร้อนได้ดีกว่า จึงคงรูปและปลายแหลมได้นานกว่า


งานเจียร ตัด ขัด ครบจบที่เรา! การันตียอดขายกว่า 10,000 ร้าน
ใช้เองก็คุ้ม ขายต่อก็ได้ ราคาส่งสุดคุ้ม 💸
- ⚠️ สต๊อกเหลือน้อยมาก! หากหมดแล้วต้องรอผลิตใหม่ 45–60 วัน
- ⏰ รอบจัดส่ง ตัดรอบทุกเย็น เวลา 17:00 น.
- 🚚 ส่งไวทั่วไทย เคอรี่ • ขนส่งเอกชน • J&T
- 🔥 ลูกค้าสั่งเยอะ สินค้าใกล้หมดจริง!
- ⚠️ ราคาพิเศษ มีถึงวันนี้เท่านั้น
- 👉 ทัก LINE: @grade-a หรือกดปุ่มด้านล่างได้เลยค่ะ 😊
โปรด่วน! ก่อนราคากลับปกติ
รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

























พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ตลอดอายุการใช้งาน!


ลวดเชื่อมทังสเตน หัวสีแดง
ทังสเตนเชื่อมอะลูมิเนียมต้องเหลาไหม? เปรียบเทียบทังสเตน 1.6 vs 2.4 mm. เลือกแบบไหนงานเชื่อมสวยกว่า! (2025)
เมื่อพูดถึงการเชื่อมทิก (TIG Welding) สิ่งที่หลายคนสงสัยเสมอคือ “การเชื่อมอะลูมิเนียมต้องเหลาทังสเตนหรือไม่?” เพราะโดยทั่วไป เราจะคุ้นชินกับภาพของทังสเตนที่ถูกเหลาให้แหลม เพื่อง่ายต่อการสร้างแนวเชื่อมที่เสถียร โดยเฉพาะเวลาทำงานกับเหล็กหรือสแตนเลส แต่สำหรับอะลูมิเนียม คำตอบกลับไม่เหมือนเดิม และนี่คือเหตุผลที่คุณควรรู้
ทำความรู้จักทังสเตนสำหรับงานเชื่อม TIG
ทังสเตน (Tungsten Electrode) เป็นหัวใจสำคัญของงานเชื่อม TIG ที่ช่างต้องเลือกให้ถูกชนิด เนื่องจากทังสเตนมีหลายสี หลายเกรด ซึ่งแต่ละแบบถูกออกแบบมาให้เหมาะกับงานต่างกัน เช่น
- ✅ ทังสเตนสีแดง (Thoriated Tungsten) : นิยมใช้เชื่อมเหล็กและสแตนเลส ให้แนวเชื่อมคมชัด สะดวกต่อการควบคุม
- ✅ ทังสเตนสีเขียว (Pure Tungsten – WP) : เหมาะกับงานเชื่อมอะลูมิเนียม ใช้กับกระแส AC ได้ดี
- ✅ ทังสเตนสีทอง (Lanthanated Tungsten – WL15) : ใช้งานได้ทั้งเหล็ก สแตนเลส และอะลูมิเนียม ถือว่ามีความอเนกประสงค์

ทำไมเชื่อมเหล็ก–สแตนเลสต้องเหลา แต่เชื่อมอะลูมิเนียมไม่ต้อง?
เวลาช่างเชื่อม เหล็กหรือสแตนเลส จะนิยมเหลาให้ปลายทังสเตนแหลม เพื่อโฟกัสอาร์กไฟให้คม แนวเชื่อมที่ได้จะสวย เนียน และควบคุมได้ง่าย
แต่สำหรับ อะลูมิเนียม สถานการณ์ต่างออกไป เพราะการเชื่อมต้องใช้ กระแสไฟฟ้าสลับ (AC – Alternating Current) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ ให้ความร้อนทั้งขั้วบวกและขั้วลบ ทำให้เกิดการ "เปิดผิวออกไซด์" ของอะลูมิเนียมออกมาอย่างต่อเนื่อง ระหว่างการเชื่อมปลายทังสเตนจะถูกความร้อนกระจายจน ทู่และกลมมนคล้ายลูกบอล โดยธรรมชาติอยู่แล้ว
ดังนั้น แม้คุณจะเหลาให้แหลมก่อนเชื่อม แต่เมื่อเชื่อมไปสักพักปลายทังสเตนก็จะปรับตัวจนกลมอยู่ดี

สรุปการเหลาทังสเตน
- งานเหล็ก / สแตนเลส → ควรเหลาให้แหลม เพื่อให้แนวเชื่อมคมและสวย
- งานอะลูมิเนียม → ไม่จำเป็นต้องเหลา เพราะการใช้กระแส AC จะทำให้ปลายทังสเตนกลมมนเองตามธรรมชาติ
ดังนั้น หากคุณกำลังเริ่มต้นเชื่อมอะลูมิเนียม ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเหลาทังสเตนให้แหลมเหมือนงานเหล็ก แต่ควรโฟกัสไปที่การตั้งค่ากระแสไฟ AC ให้เหมาะสม รวมถึงการปรับ Balance ระหว่าง Cleaning กับ Penetration เพื่อให้ได้แนวเชื่อมที่สะอาดและแข็งแรง
ทังสเตน 1.6 vs 2.4 mm. เลือกขนาดไหนเชื่อมสวย ประหยัด และเหมาะกับงาน?
เมื่อพูดถึงการเชื่อมแบบ TIG (Tungsten Inert Gas) หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่างเชื่อมทุกคนต้องใส่ใจ คือการเลือกใช้ ลวดเชื่อมทังสเตน (Tungsten Electrode) ให้เหมาะสมกับงาน เพราะขนาดของทังสเตนส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพแนวเชื่อม ความทนทานของลวด รวมถึงความสวยงามของชิ้นงาน วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบกันชัด ๆ ระหว่าง ทังสเตนขนาด 1.6 mm. และ 2.4 mm. โดยทดลองใช้กระแสเชื่อมเท่ากันคือ 150 แอมป์ แล้วดูผลลัพธ์ว่าต่างกันอย่างไร

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเชื่อมด้วยลวดทังสเตน
ก่อนเริ่มเชื่อม สิ่งสำคัญคือต้องเลือก จำปา (Collet) และ Collet Body ให้ตรงกับขนาดของทังสเตนที่ใช้
- หากใช้ทังสเตน 2.4 mm. ก็ควรใช้จำปาขนาด 2.4 mm. เช่นเดียวกัน
- หากจำปาไม่ตรงขนาด สามารถใช้ Collet Body ที่ใหญ่กว่าหนึ่งเบอร์ได้ เช่น ทังสเตน 2.4 mm. อาจใช้กับ Collet Body 3.2 mm. ได้ แต่ไม่ควรใหญ่เกิน 2 เบอร์ เพราะอาจทำให้จับลวดไม่แน่นและเกิดปัญหาขณะเชื่อมได้
ผลลัพธ์การเชื่อม: ทังสเตน 1.6 mm. vs 2.4 mm.
เมื่อทดลองใช้กระแสเชื่อม 150 แอมป์ เท่ากัน พบว่า:
- ทังสเตน 1.6 mm.
แนวเชื่อมช่วงแรกออกมาสวยงาม แต่เมื่อเชื่อมต่อเนื่องไปสักพัก แนวเชื่อมเริ่มบานออก เนื่องจากความร้อนสะสมที่ทังสเตนมีมากเกินไป ทำให้ลวดสึกหรอและทู่เร็วกว่า
- ทังสเตน 2.4 mm.
ให้แนวเชื่อมที่คงที่ตลอดทั้งแนว แม้จะเชื่อมต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะทังสเตนมีหน้าตัดใหญ่ ระบายความร้อนได้ดีกว่า จึงคงรูปและปลายแหลมได้นานกว่า

ข้อดี–ข้อเสียของลวดเชื่อมทังสเตนแต่ละขนาด
ทังสเตน 1.6 mm.
- ✅ เหมาะกับงานชิ้นเล็ก ใช้กระแสไฟต่ำ
- ✅ ให้รอยเชื่อมที่ละเอียดในงานบาง
- ❌ ไม่ทนเมื่อใช้กระแสสูงเกินไป (150 แอมป์ขึ้นไป)
- ❌ สึกหรอและทู่ไวกว่า
ทังสเตน 2.4 mm.
- ✅ เหมาะกับงานหนา ใช้กระแสสูง
- ✅ แนวเชื่อมคงที่ สวยงามตลอดทั้งแนว
- ✅ ทนทาน ไม่สึกหรอง่าย
- ❌ ไม่เหมาะกับงานที่บางมาก เพราะลวดขนาดใหญ่เกินไป

บทสรุปการเชื่อมทังสเตนสำหรับช่างเชื่อม
การเลือกใช้ ทังสเตนให้ถูกขนาด ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้งานเชื่อมออกมาสวย ประหยัด และปลอดภัย
- หากเป็นงานบาง ใช้กระแสต่ำ → เลือก ทังสเตน 1.6 mm.
- หากเป็นงานหนา ใช้กระแสสูง → เลือก ทังสเตน 2.4 mm.
ดังนั้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าขนาดใดดีกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับประเภทงานและกระแสไฟที่ใช้ หากเลือกให้ถูกตั้งแต่แรก คุณจะได้แนวเชื่อมที่แข็งแรง สวยงาม และช่วยประหยัดลวดทังสเตนไปในตัว
ลวดเชื่อมทังสเตนสีแดง WT-20 (Red) ทำไมช่างเชื่อมมืออาชีพถึงเลือกใช้?
การใช้งานลวดเชื่อมทังสเตนสีแดง WT-20
ลวดเชื่อมทังสเตนหัวสีแดง WT-20 ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายจากช่างเชื่อมมืออาชีพ เพราะสามารถใช้งานได้กับโลหะหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น
- เหล็ก
- สแตนเลส
- นิกเกิล
- ไททาเนียม
โดยรองรับทั้ง ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และ ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จึงเหมาะกับการเชื่อมโลหะทั่วไปได้อย่างหลากหลาย และด้วยคุณสมบัติที่รองรับกระแสไฟสูง ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงและแนวเชื่อมที่สวยงาม
ก่อนใช้งานควร ลับปลายทังสเตนให้แหลม เพื่อควบคุมทิศทางอาร์คให้พุ่งตรง ลดการฟุ้งกระจาย และทำให้กระแสไหลอย่างมีประสิทธิภาพ การลับที่ถูกต้องยังช่วยให้แนวเชื่อมมีความละเอียดและคงที่มากขึ้น
คุณสมบัติหลักที่ทำให้ทังสเตนสีแดง WT-20 ได้รับความนิยม
- อาร์คเริ่มต้นง่าย – จุดอาร์คได้ไว ไม่สะดุด
- กระแสเสถียร – ให้ไฟสม่ำเสมอ แม้ใช้งานกระแสสูง
- แนวเชื่อมคุณภาพสูง – รอยเชื่อมเรียบ เนียน ซึมลึก และลดปัญหาอาร์คส่าย
- ทนทานต่อการใช้งาน – ปลายทังสเตนไม่กุดง่าย ใช้งานได้ยาวนาน
- รองรับงานเชื่อมหลากหลาย – ใช้ได้ทั้ง DC และ AC เหมาะกับโลหะหลายประเภท
สรุปการใช้งานทังสเตนหัวสีแดง
ลวดเชื่อมทังสเตนหัวสีแดง WT-20 (Red Tungsten Electrode) จัดเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของช่างเชื่อม TIG เพราะมีคุณสมบัติเด่นเรื่องความทนทาน การนำไฟฟ้าดี อาร์คเสถียร และสามารถใช้งานได้ทั้ง AC และ DC รองรับงานเชื่อมหลากหลายประเภท ทั้งเหล็ก สแตนเลส นิกเกิล และไททาเนียม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการแนวเชื่อมที่สวยงาม แข็งแรง และคุ้มค่าต่อการใช้งาน



แนวเชื่อมช่วงแรกออกมาสวยงาม แต่เมื่อเชื่อมต่อเนื่องไปสักพัก แนวเชื่อมเริ่มบานออก เนื่องจากความร้อนสะสมที่ทังสเตนมีมากเกินไป ทำให้ลวดสึกหรอและทู่เร็วกว่า
ให้แนวเชื่อมที่คงที่ตลอดทั้งแนว แม้จะเชื่อมต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะทังสเตนมีหน้าตัดใหญ่ ระบายความร้อนได้ดีกว่า จึงคงรูปและปลายแหลมได้นานกว่า


รีวิวจากลูกค้า






























คำถามที่พบบ่อย
มีหน้าร้านไหม
บริการส่งผ่าน Grab/LINE/Lalamove
ชำระเงินได้ช่องทางไหน
เวลาทำการของบริษัท
จัดส่งกี่วันถึง จะส่งเมื่อไหร่ ได้ของวันไหน
จัดส่งทางไหน ทางขนส่งเอกชน ไปรษณีย์ หรือจัดส่งเอง

มีสินค้าจำหน่ายในราคาส่ง
สินค้าสั่งผลิต - พรีออเดอร์ จะต้องชำระเงินก่อน 50% ของยอดสั่งซื้อ และชำระ 50% ก่อนจัดส่ง



