• เวลาทำการ 7:30-18:30 น.

หัวตัดแก๊ส Gas Cutting Nozzles

หัวตัดแก๊ส VS เลเซอร์ เลือกแบบไหนตัดโลหะได้ดีที่สุด? พร้อมวิธีตัดโลหะที่ช่างมือใหม่ต้องรู้! (2025)

             เมื่อพูดถึงงานตัดโลหะ ไม่ว่าจะเป็นในสายงานช่างเชื่อม อุตสาหกรรมก่อสร้าง หรือโรงงานแปรรูปโลหะ หนึ่งในคำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นคือ “ควรเลือกวิธีตัดโลหะแบบไหนดีระหว่าง การตัดด้วยหัวตัดแก๊ส (Gas Cutting) และ การตัดด้วยเลเซอร์ (Laser Cutting)ทั้งสองเทคโนโลยีนี้มีข้อดีข้อจำกัดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความแม่นยำ ความเร็ว รวมถึงต้นทุน
ตัดแก๊สเหล็กบาง
             ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักหัวตัดแก๊สให้ลึกซึ้ง พร้อมเปรียบเทียบกับการตัดด้วยเลเซอร์อย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกใช้อุปกรณ์ตัดโลหะได้อย่างเหมาะสมกับงานของคุณที่สุดกันครับ

 

หัวตัดแก๊สคืออะไร?

             หัวตัดแก๊ส (Gas Cutting Torch) หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “นมหนูเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เปลวไฟจากการเผาไหม้ของ แก๊สเชื้อเพลิงร่วมกับออกซิเจน เพื่อสร้างความร้อนสูงจนสามารถละลายและตัดโลหะได้ โดยเฉพาะเหล็กกล้าหนา เหล็กรีดร้อน หรือโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่

             วัสดุของหัวตัดมักทำจาก ทองเหลือง หรือ สเตนเลสคุณภาพสูง เพื่อทนความร้อนและการกัดกร่อน ส่วนหัวฉีดเชื่อมต่อกับสายแก๊สและวาล์วควบคุม มีด้ามจับออกแบบมาให้ใช้งานสะดวก ปลอดภัย และควบคุมทิศทางเปลวไฟได้แม่นยำ
หัวตัดแก๊ส เบอร์ 0

หัวตัดแก๊สมีกี่รุ่น? ใช้กับแก๊สประเภทใด?

             การเลือกหัวตัดต้องคำนึงถึงชนิดของแก๊สที่ใช้ด้วย เช่น แก๊สออกซิเจนผสมโพรเพน (Oxy-LPG) หรือออกซิเจนผสมอะเซทิลีน (Oxy-Acetylene) ซึ่งแต่ละแบบจะมีหัวตัดเฉพาะที่ออกแบบให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยหัวตัดแก๊สแบ่งตามประเภทของแก๊สเชื้อเพลิงที่ใช้เป็นหลัก ได้แก่

1. แก๊สออกซิเจนผสมโพรเพน (Oxy-LPG)

             เหมาะกับงานที่ไม่ต้องการอุณหภูมิสูงมากนัก ใช้ตัดชิ้นงานหนาได้ระดับปานกลาง แก๊สโพรเพนหาง่าย ราคาถูกกว่าอะเซทิลีน มีเปลวไฟที่ยาวกว่าแต่ร้อนน้อยกว่า

รุ่นที่นิยม:

  • หัวตัด 6290-NX
    • เป็นหัวตัดแบบสองชั้น ให้ความร้อนปานกลาง เหมาะกับงานตัดเหล็กทั่วไป
    • ขนาดเบอร์ 0–2:
      • เบอร์ 0: ตัดเหล็ก 10–15 มม. ใช้แรงดันออกซิเจน 2.0–3.0 BAR
      • เบอร์ 1: ตัดเหล็ก 15–25 มม. ใช้แรงดัน 2.5–3.5 BAR
      • เบอร์ 2: ตัดเหล็ก 25–50 มม. ใช้แรงดัน 3.0–4.0 BAR
  • หัวตัด 106HC (Auto Gas Cutting Tip)
    • ใช้กับแก๊ส LPG/Propane ได้ดี สามารถต่อกับชุดตัด MK-100, MK-150, MK-250 หรือ Handy Auto
    • รองรับการตัดตั้งแต่ความหนาน้อยกว่า 5 มม. จนถึง 300 มม. โดยรุ่น #00 ถึง #8 ให้เลือกตามความหนาของเหล็ก ดังนี้
          ✅106 HC #00 (สำหรับชิ้นงานหนา <5 mm.)

✅106 HC #0 (สำหรับชิ้นงานหนา 5-10 mm.)

✅106 HC #1 (สำหรับชิ้นงานหนา 10-15 mm.)

✅106 HC #2 (สำหรับชิ้นงานหนา 15-30 mm.)

✅106 HC #3 (สำหรับชิ้นงานหนา 30-40 mm.)

✅106 HC #4 (สำหรับชิ้นงานหนา 40-50 mm.)

✅106 HC #5 (สำหรับชิ้นงานหนา 50-100 mm.)

✅106 HC #6 (สำหรับชิ้นงานหนา 100-150 mm.)

✅106 HC #7 (สำหรับชิ้นงานหนา 150-250 mm.)

✅106 HC #8 (สำหรับชิ้นงานหนา 250-300 mm.)

อะไหล่หัวตัดแก๊ส

2. แก๊สออกซิเจนผสมอะเซทิลีน (Oxy-Acetylene)

             เปลวไฟร้อนกว่า ตัดโลหะได้เร็วกว่าและได้คมตัดที่เรียบร้อยกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง โดยเฉพาะงานอุตสาหกรรมหรือซ่อมบำรุงที่โลหะมีความหนามาก

 

Oxy-LPG กับ Oxy-Acetylene ต่างกันอย่างไร?

Oxy-LPG (ออกซิเจน + โพรเพน)
  • ให้เปลวไฟยาวและนุ่มกว่า เหมาะกับการตัดโลหะหนาเป็นแผ่นใหญ่
  • ราคาประหยัด แก๊สหาง่าย เก็บรักษาง่าย
  • จุดเด่นคือต้นทุนต่ำ ตัดได้ดีแม้โลหะไม่ต้องการความแม่นสูง

Oxy-Acetylene (ออกซิเจน + อะเซทิลีน)

  • ให้เปลวไฟที่ร้อนจัดที่สุดในกลุ่มเชื้อเพลิง (ประมาณ 3,500 °C)
  • ให้เปลวไฟแหลม คม แม่นยำ ใช้ตัดได้ทั้งเหล็กหนาและบาง
  • เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น งานประณีต หรือพื้นที่แคบ

ตัดโลหะด้วยแก๊ส VS ตัดโลหะด้วยเลเซอร์ ต่างกันอย่างไร?

1. การตัดด้วยแก๊ส (Gas Cutting)

             เป็นวิธีที่ใช้กันมายาวนาน เหมาะกับการตัดเหล็กหนา และโครงสร้างขนาดใหญ่ โดยเปลวไฟจากการเผาไหม้ของแก๊สจะละลายเหล็ก และแรงดันของออกซิเจนจะพัดเอาเศษโลหะออกจนเกิดรอยตัด

ข้อดี:

  • ต้นทุนอุปกรณ์ต่ำ
  • ตัดวัสดุหนาได้ดีมาก
  • เหมาะกับงานภาคสนาม ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าระบบสูง

ข้อเสีย:

  • ความแม่นยำต่ำกว่าการตัดแบบอื่น
  • เกิดควัน สะเก็ดไฟ ต้องมีระบบระบายอากาศที่ดี
  • ไม่เหมาะกับการตัดลวดลายซับซ้อน

2. การตัดด้วยเลเซอร์ (Laser Cutting)

             ใช้ลำแสงเลเซอร์พลังงานสูง ยิงจุดโฟกัสเล็กๆ ไปยังวัสดุ ทำให้ละลายและระเหยเป็นไอ ตัดได้ละเอียดมาก เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น งานโลหะแผ่น งานตกแต่ง

ข้อดี:

  • ตัดได้เร็ว แม่นยำสูง (คลาดเคลื่อนเพียง +/- 0.15 มม.)
  • รอยตัดเรียบ ขอบสวยงาม ไม่มีเสี้ยน
  • สามารถตัดวัสดุหลายชนิด ทั้งโลหะและไม่ใช่โลหะ

ข้อเสีย:

  • เครื่องมีราคาสูง
  • ไม่เหมาะกับวัสดุหนามาก
  • ตัดวัสดุสะท้อนแสง (เช่น อลูมิเนียม) ต้องใช้เทคนิคพิเศษ

ประเภทของเลเซอร์ที่ใช้ในงานตัด

  • CO2 Laserเหมาะกับงานตัดทั่วไป งานสลัก
  • Nd:YAG Laserพลังงานสูง ใช้ในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการเจาะ คว้าน หรือเชื่อม
  • Fiber Laserเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีประสิทธิภาพสูง ใช้พลังงานน้อยกว่า

 

ควรเลือกวิธีตัดโลหะอย่างไรดี?

             ให้พิจารณาจาก:
  • ความหนาและประเภทของวัสดุ: ถ้าหนาเกิน 20 มม. หัวตัดแก๊สจะได้เปรียบมากกว่า
  • ความแม่นยำที่ต้องการ: ถ้าต้องการงานที่มีรายละเอียดสูง เลเซอร์ตอบโจทย์
  • ต้นทุนงบประมาณ: หัวตัดแก๊สประหยัดกว่า เหมาะกับผู้เริ่มต้น
  • ความเร็วและปริมาณงาน: หากต้องการปริมาณมาก งานเร็ว ใช้เครื่องเลเซอร์แบบอัตโนมัติก็จะคุ้มค่า

 

สรุป: ตัดโลหะแบบไหน "ดีที่สุด"?

  • สำหรับงานทั่วไป ตัดเหล็กหนา ราคาย่อมเยา: ตัดด้วยแก๊ส + หัวตัดคุณภาพดี เช่น 106HC หรือ 6290-NX
  • สำหรับงานละเอียด งานตกแต่ง หรือชิ้นงานเฉพาะทาง: ตัดด้วยเลเซอร์ตอบโจทย์ที่สุด

งานเจียร ตัด ขัด ครบจบที่เรา! การันตียอดขายกว่า 10,000 ร้าน
ใช้เองก็คุ้ม ขายต่อก็ได้ ราคาส่งสุดคุ้ม 💸

  • ⚠️ สต๊อกเหลือน้อยมาก! หากหมดแล้วต้องรอผลิตใหม่ 45–60 วัน
  • ⏰ รอบจัดส่ง ตัดรอบทุกเย็น เวลา 17:00 น.
  • 🚚 ส่งไวทั่วไทย เคอรี่ • ขนส่งเอกชน • J&T
  • 🔥 ลูกค้าสั่งเยอะ สินค้าใกล้หมดจริง!
  • ⚠️ ราคาพิเศษ มีถึงวันนี้เท่านั้น
  • 👉 ทัก LINE: @grade-a หรือกดปุ่มด้านล่างได้เลยค่ะ 😊

โปรด่วน! ก่อนราคากลับปกติ

46
11
34

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

banner
ปรึกษาฟรี!
แนะนำสินค้าที่ใช่สำหรับงานของคุณ
พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ตลอดอายุการใช้งาน!
ติดต่อทาง Line
ตอบกลับไวใน 3-5 นาที

หัวตัดแก๊ส Gas Cutting Nozzles

หัวตัดแก๊ส VS เลเซอร์ เลือกแบบไหนตัดโลหะได้ดีที่สุด? พร้อมวิธีตัดโลหะที่ช่างมือใหม่ต้องรู้! (2025)

             เมื่อพูดถึงงานตัดโลหะ ไม่ว่าจะเป็นในสายงานช่างเชื่อม อุตสาหกรรมก่อสร้าง หรือโรงงานแปรรูปโลหะ หนึ่งในคำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นคือ “ควรเลือกวิธีตัดโลหะแบบไหนดีระหว่าง การตัดด้วยหัวตัดแก๊ส (Gas Cutting) และ การตัดด้วยเลเซอร์ (Laser Cutting)ทั้งสองเทคโนโลยีนี้มีข้อดีข้อจำกัดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความแม่นยำ ความเร็ว รวมถึงต้นทุน
ตัดแก๊สเหล็กบาง
             ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักหัวตัดแก๊สให้ลึกซึ้ง พร้อมเปรียบเทียบกับการตัดด้วยเลเซอร์อย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกใช้อุปกรณ์ตัดโลหะได้อย่างเหมาะสมกับงานของคุณที่สุดกันครับ

 

หัวตัดแก๊สคืออะไร?

             หัวตัดแก๊ส (Gas Cutting Torch) หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “นมหนูเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เปลวไฟจากการเผาไหม้ของ แก๊สเชื้อเพลิงร่วมกับออกซิเจน เพื่อสร้างความร้อนสูงจนสามารถละลายและตัดโลหะได้ โดยเฉพาะเหล็กกล้าหนา เหล็กรีดร้อน หรือโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่

             วัสดุของหัวตัดมักทำจาก ทองเหลือง หรือ สเตนเลสคุณภาพสูง เพื่อทนความร้อนและการกัดกร่อน ส่วนหัวฉีดเชื่อมต่อกับสายแก๊สและวาล์วควบคุม มีด้ามจับออกแบบมาให้ใช้งานสะดวก ปลอดภัย และควบคุมทิศทางเปลวไฟได้แม่นยำ
หัวตัดแก๊ส เบอร์ 0

หัวตัดแก๊สมีกี่รุ่น? ใช้กับแก๊สประเภทใด?

             การเลือกหัวตัดต้องคำนึงถึงชนิดของแก๊สที่ใช้ด้วย เช่น แก๊สออกซิเจนผสมโพรเพน (Oxy-LPG) หรือออกซิเจนผสมอะเซทิลีน (Oxy-Acetylene) ซึ่งแต่ละแบบจะมีหัวตัดเฉพาะที่ออกแบบให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยหัวตัดแก๊สแบ่งตามประเภทของแก๊สเชื้อเพลิงที่ใช้เป็นหลัก ได้แก่

1. แก๊สออกซิเจนผสมโพรเพน (Oxy-LPG)

             เหมาะกับงานที่ไม่ต้องการอุณหภูมิสูงมากนัก ใช้ตัดชิ้นงานหนาได้ระดับปานกลาง แก๊สโพรเพนหาง่าย ราคาถูกกว่าอะเซทิลีน มีเปลวไฟที่ยาวกว่าแต่ร้อนน้อยกว่า

รุ่นที่นิยม:

  • หัวตัด 6290-NX
    • เป็นหัวตัดแบบสองชั้น ให้ความร้อนปานกลาง เหมาะกับงานตัดเหล็กทั่วไป
    • ขนาดเบอร์ 0–2:
      • เบอร์ 0: ตัดเหล็ก 10–15 มม. ใช้แรงดันออกซิเจน 2.0–3.0 BAR
      • เบอร์ 1: ตัดเหล็ก 15–25 มม. ใช้แรงดัน 2.5–3.5 BAR
      • เบอร์ 2: ตัดเหล็ก 25–50 มม. ใช้แรงดัน 3.0–4.0 BAR
  • หัวตัด 106HC (Auto Gas Cutting Tip)
    • ใช้กับแก๊ส LPG/Propane ได้ดี สามารถต่อกับชุดตัด MK-100, MK-150, MK-250 หรือ Handy Auto
    • รองรับการตัดตั้งแต่ความหนาน้อยกว่า 5 มม. จนถึง 300 มม. โดยรุ่น #00 ถึง #8 ให้เลือกตามความหนาของเหล็ก ดังนี้
          ✅106 HC #00 (สำหรับชิ้นงานหนา <5 mm.)

✅106 HC #0 (สำหรับชิ้นงานหนา 5-10 mm.)

✅106 HC #1 (สำหรับชิ้นงานหนา 10-15 mm.)

✅106 HC #2 (สำหรับชิ้นงานหนา 15-30 mm.)

✅106 HC #3 (สำหรับชิ้นงานหนา 30-40 mm.)

✅106 HC #4 (สำหรับชิ้นงานหนา 40-50 mm.)

✅106 HC #5 (สำหรับชิ้นงานหนา 50-100 mm.)

✅106 HC #6 (สำหรับชิ้นงานหนา 100-150 mm.)

✅106 HC #7 (สำหรับชิ้นงานหนา 150-250 mm.)

✅106 HC #8 (สำหรับชิ้นงานหนา 250-300 mm.)

อะไหล่หัวตัดแก๊ส

2. แก๊สออกซิเจนผสมอะเซทิลีน (Oxy-Acetylene)

             เปลวไฟร้อนกว่า ตัดโลหะได้เร็วกว่าและได้คมตัดที่เรียบร้อยกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง โดยเฉพาะงานอุตสาหกรรมหรือซ่อมบำรุงที่โลหะมีความหนามาก

 

Oxy-LPG กับ Oxy-Acetylene ต่างกันอย่างไร?

Oxy-LPG (ออกซิเจน + โพรเพน)
  • ให้เปลวไฟยาวและนุ่มกว่า เหมาะกับการตัดโลหะหนาเป็นแผ่นใหญ่
  • ราคาประหยัด แก๊สหาง่าย เก็บรักษาง่าย
  • จุดเด่นคือต้นทุนต่ำ ตัดได้ดีแม้โลหะไม่ต้องการความแม่นสูง

Oxy-Acetylene (ออกซิเจน + อะเซทิลีน)

  • ให้เปลวไฟที่ร้อนจัดที่สุดในกลุ่มเชื้อเพลิง (ประมาณ 3,500 °C)
  • ให้เปลวไฟแหลม คม แม่นยำ ใช้ตัดได้ทั้งเหล็กหนาและบาง
  • เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น งานประณีต หรือพื้นที่แคบ

ตัดโลหะด้วยแก๊ส VS ตัดโลหะด้วยเลเซอร์ ต่างกันอย่างไร?

1. การตัดด้วยแก๊ส (Gas Cutting)

             เป็นวิธีที่ใช้กันมายาวนาน เหมาะกับการตัดเหล็กหนา และโครงสร้างขนาดใหญ่ โดยเปลวไฟจากการเผาไหม้ของแก๊สจะละลายเหล็ก และแรงดันของออกซิเจนจะพัดเอาเศษโลหะออกจนเกิดรอยตัด

ข้อดี:

  • ต้นทุนอุปกรณ์ต่ำ
  • ตัดวัสดุหนาได้ดีมาก
  • เหมาะกับงานภาคสนาม ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าระบบสูง

ข้อเสีย:

  • ความแม่นยำต่ำกว่าการตัดแบบอื่น
  • เกิดควัน สะเก็ดไฟ ต้องมีระบบระบายอากาศที่ดี
  • ไม่เหมาะกับการตัดลวดลายซับซ้อน

2. การตัดด้วยเลเซอร์ (Laser Cutting)

             ใช้ลำแสงเลเซอร์พลังงานสูง ยิงจุดโฟกัสเล็กๆ ไปยังวัสดุ ทำให้ละลายและระเหยเป็นไอ ตัดได้ละเอียดมาก เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น งานโลหะแผ่น งานตกแต่ง

ข้อดี:

  • ตัดได้เร็ว แม่นยำสูง (คลาดเคลื่อนเพียง +/- 0.15 มม.)
  • รอยตัดเรียบ ขอบสวยงาม ไม่มีเสี้ยน
  • สามารถตัดวัสดุหลายชนิด ทั้งโลหะและไม่ใช่โลหะ

ข้อเสีย:

  • เครื่องมีราคาสูง
  • ไม่เหมาะกับวัสดุหนามาก
  • ตัดวัสดุสะท้อนแสง (เช่น อลูมิเนียม) ต้องใช้เทคนิคพิเศษ

ประเภทของเลเซอร์ที่ใช้ในงานตัด

  • CO2 Laserเหมาะกับงานตัดทั่วไป งานสลัก
  • Nd:YAG Laserพลังงานสูง ใช้ในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการเจาะ คว้าน หรือเชื่อม
  • Fiber Laserเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีประสิทธิภาพสูง ใช้พลังงานน้อยกว่า

 

ควรเลือกวิธีตัดโลหะอย่างไรดี?

             ให้พิจารณาจาก:
  • ความหนาและประเภทของวัสดุ: ถ้าหนาเกิน 20 มม. หัวตัดแก๊สจะได้เปรียบมากกว่า
  • ความแม่นยำที่ต้องการ: ถ้าต้องการงานที่มีรายละเอียดสูง เลเซอร์ตอบโจทย์
  • ต้นทุนงบประมาณ: หัวตัดแก๊สประหยัดกว่า เหมาะกับผู้เริ่มต้น
  • ความเร็วและปริมาณงาน: หากต้องการปริมาณมาก งานเร็ว ใช้เครื่องเลเซอร์แบบอัตโนมัติก็จะคุ้มค่า

 

สรุป: ตัดโลหะแบบไหน "ดีที่สุด"?

  • สำหรับงานทั่วไป ตัดเหล็กหนา ราคาย่อมเยา: ตัดด้วยแก๊ส + หัวตัดคุณภาพดี เช่น 106HC หรือ 6290-NX
  • สำหรับงานละเอียด งานตกแต่ง หรือชิ้นงานเฉพาะทาง: ตัดด้วยเลเซอร์ตอบโจทย์ที่สุด

  • 🛡️ การันตี! ส่งแล้ว ได้รับสินค้าจริง 100% 📦✅
  • 🔥 ลูกค้าโอนจริง ส่งจริงทุกวัน! มีออเดอร์เข้าและจัดส่งต่อเนื่อง 🚚💸
  • ❗ ไม่มีโกง ส่งของจริง ทุกออเดอร์ 📦✔️

รีวิวจากลูกค้า

คำถามที่พบบ่อย

  • มีหน้าร้านไหม

  • บริการส่งผ่าน Grab/LINE/Lalamove

  • ชำระเงินได้ช่องทางไหน

  • เวลาทำการของบริษัท

  • จัดส่งกี่วันถึง จะส่งเมื่อไหร่ ได้ของวันไหน

  • จัดส่งทางไหน ทางขนส่งเอกชน ไปรษณีย์ หรือจัดส่งเอง

  • มีสินค้าจำหน่ายในราคาส่ง

  • สินค้าสั่งผลิต - พรีออเดอร์ จะต้องชำระเงินก่อน 50% ของยอดสั่งซื้อ และชำระ 50% ก่อนจัดส่ง